ปากดี

ปากดี

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงจะเคยรู้จักกับคนที่มักจะชอบพูดอะไรออกไปโดยที่ไม่คิด หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าคนปากดีหรือคนที่เก่งแต่ปากกันมาบ้างนะคะ ซึ่งในสังคมปัจจุบันนี้ก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ เช่นเดียวกับเรื่องที่โน๊ตจะเล่าให้ทุกคนฟังต่อจากนี้ซึ่งเป็นเรื่องเล่าผีเฮี้ยน เป็นเรื่องราวของคนปากดีที่นอกจากจะไม่มีความเชื่อและศรัทธาในศาสนาแล้ว ยังมีพฤติกรรมที่ต่ำช้าและไม่อยู่ในศีลในธรรมอีกด้วย

ต้องขอบอกก่อนว่าโน๊ตเองเป็นคนที่เชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากและเพราะเขาเป็นคนที่มีความเชื่อแบบนี้จึงทำให้ชีวิตของเขานั้นบางครั้งก็โชคดีอย่างเหลือเชื่อ หรือไม่ก็ในเวลาที่ตกที่นั่งลำบากก็มักจะมีคนมาช่วยเหลือตลอด ซึ่งแตกต่างจากน้าก้อยน้าสาวที่เลี้ยงดูโน๊ตมาตั้งแต่เขายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเพราะพ่อแม่ของโน๊ตจากไปจากการฆ่าตัวตาย เขาทั้งสองทนความลำบากไม่ไหวเลยตัดสินใจดับทุกข์ของตัวเองด้วยความตายซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่อย่างว่ากรรมใครกรรมมันเราไม่สามารถไปกำหนดกรรมของใครได้นอกเสียจากเราจะมีกรรมต่อกัน น้าก้อยเองมีแฟนชื่อน้าภพ เอาจริง ๆ โน๊ตควรจะเรียกลุงเสียมากกว่าเพราะเขาดูแก่กว่าน้าก้อยมาก โน๊ตรู้ดีว่าที่น้าก้อยคบกับลุงภพนั้นก็เพราะหวังเงินทองจากน้าภพนั่นเอง หลายครั้งที่โน๊ตแอบเห็นน้าก้อยคุยกับผู้ชายคนอื่นทั้ง ๆ ที่ลุงภพอยู่ด้วย แต่โน๊ตก็เลือกที่จะไม่สนใจเพราะเชื่อว่าสักวันลุงภพก็คงจะรู้ความจริงด้วยตัวเอง แล้ววันนั้นมันก็มาถึง น้าก้อยกับลุงภพทะเลาะกันเพราะลุงภพจับได้ว่าน้าก้อยแอบคุยกับผู้ชายคนอื่น “ผมไว้ใจคุณนะ แต่คุณกลับทำแบบนี้” ประโยคที่ลุงภพพูดยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าน้าก้อยก็ไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่

ปากดี

เอาจริง ๆ แล้วก็ยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องอยู่เหมือนกันที่ลุงภพไม่เคยรู้เกี่ยวกับน้าก้อยและโน๊ตเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ หลังจากที่ลุงภพกับน้าก้อยทะเลาะกันในวันนั้นโน๊ตก็ไม่เห็นลุงภพแวะมาที่บ้านอีกเลย ส่วนน้าก้อยนั้นเวลาที่เขากลับมาบ้านดึก ๆ ทีไรก็จะมีผู้ชายเข้ามาที่บ้านด้วยทุกที โน๊ตเองที่ได้เห็นแล้วก็อดที่จะพูดไม่ได้ “เรื่องของกู มึงไม่ต้องมายุ่ง ถ้ายังแบมือขอเงินกูอยู่ก็อย่าเสือก” นั่นคือคำพูดที่โน๊ตคิดไปเองในใจว่าน้าก้อยคงจะพูดกับเขาแบบนั้น ซึ่งคำตอบจริง ๆ กลับตรงกันข้าม “ระวังบาปกรรมบ้างนะครับน้าก้อย ไปหลอกคนอื่นเขาน่ะเวรกรรมมันมีจริงนะครับ” โน๊ตพูดจบก็เดินขึ้นบันไดไปที่ห้องทันทีแล้วก็มีเสียงของน้าก้อยด่าไล่หลังตามมาติด ๆ ทั้งด่าทอและสาปแช่งสารพัด “บาปกรรมอะไร กูไม่เชื่อ มึงเคยเห็นกูทำบุญหรือไงไอ้หลานเวร” ในเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นวันนั้นน้าก้อยใช้คำพูดที่หยาบคายกับโน๊ตมากเกินกว่าที่ใครจะรับได้ แต่ที่โน๊ตเล่าให้ฟังเพราะอยากจะให้รู้จริง ๆ ว่าน้าก้อยนั้นเป็นคนยังไง

อีกหลายวันต่อมาทุกครั้งที่เจอกันพฤติกรรมของน้าก้อยยิ่งต่ำลงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็จะกระทำกับแค่โน๊ตเพียงคนเดียว ยิ่งนานวันเข้าโน๊ตก็สังเกตเห็นว่าน้าก้อยนั้นดูเปลี่ยนไปในทางร่างกายซึ่งดูเหมือนคนป่วยตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งที่โน๊ตตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรเขาก็เห็นน้าก้อยมายืนรออยู่ที่หน้าบ้านแล้วมองเขาด้วยท่าทางที่ไม่พอใจ “มึงจะเอาอาหารไปให้มันทำไม เงินก็ไม่ได้ มันจะช่วยให้มึงมีเงินซื้อข้าวกินไหม” โน๊ตเองไม่ได้พูดตอบโต้อะไรเลย แม้แต่พระท่านเองก็ยังยิ้มให้กับน้าก้อยด้วยท่าทีสงบ โน๊ตเดินกลับเข้าบ้านไปก็เห็นว่าน้าก้อยนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวในครัว โน๊ตต้องทำใจเดินเอาของไปเก็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับน้าก้อย “คราวหลังถ้ามึงจะใส่บาตรมึงก็ซื้อมาเองเลยนะ เพราะข้าวและน้ำนั้นก็เงินกู” โน๊ตหันกลับไปมองน้าก้อยและพยายามข่มอารมณ์ให้ตัวเองใจเย็นมากที่สุดก่อนจะเดินออกจากห้องครัวไป

ปากดี

ใยวันนั้นทำให้โน๊ตตัดสินใจที่จะหางานทำเพราะไม่อยากจะทนอยู่กับน้าก้อยอีกต่อไป แล้วเขาก็ได้งานทำในวันนั้นเลยซึ่งเขาเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารใกล้กับมหาวิทยาลัย และเป็นร้านที่มีเพื่อนของเขาทำงานอยู่ด้วยซึ่งเขากำลังหาคนอยู่พอดีจึงทำให้โน๊ตได้งานทำอย่างง่ายดาย โน๊ตเลยตัดสินใจออกไปทำงานในบ่ายวันนั้นเลย “จะไปไหนวันนี้ ไม่มีเรียนหรือไง ถ้าจะไปเที่ยวกับเพื่อนมึงไม่ต้องไปเลยนะ เปลืองเงินกู” โน๊ตกำลังอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ใจจริงแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะบอกว่ากำลังจะไปทำอะไรที่ไหน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกออกไปว่าเขาจะไปทำงาน จะได้ไม่ต้องใช้เงินน้าก้อย

 หลังจากนั้นน้าก้อยก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะมองมาที่โน๊ตแล้วสายตาของน้าก้อยนั้นดูถูกผมเป็นอย่างมากซึ่งโน๊ตเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าน้าก้อยคนนี้คือน้องสาวแท้ ๆ ของแม่เขา เพราะนิสัยของน้าก้อยนั้นไม่เหมือนกับแม่ของเขาเลยสักนิดเดียว “งั้นต่อไปมึงจ่ายค่าเช่าด้วยนะ ถ้ามึงจะอยู่ที่นี่ต่อ” คำพูดของน้าก้อยยิ่งทำให้โน๊ตรู้สึกแย่และโมโห แต่โน๊ตไม่อยากมีปัญหาเลยตัดสินใจเดินออกมาอย่างไม่สนใจ

ปากดี

โน๊ตทำงานไปเรื่อย ๆ จนพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง เขาเลยตัดสินใจที่จะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เพราะจะต้องใช้มันในการทำมาหากินกับสายงานที่เขาต้องการจะทำ ในที่สุดข่าวร้ายก็มาเยือน น้าก้อยพบว่าตัวเองติดเชื้อ HIV ในตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าน้าก้อยได้รับเชื้อมาจนกระทั่งเห็นเอกสารและยามากมายที่น้าก้อยกินมันทำให้เขาสังเกตเห็นแล้วรู้เข้าในที่สุด ถึงน้าก้อยจะป่วยหนักแต่พฤติกรรมของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แล้วก็เป็นอย่างเดิมทุกครั้ง เวลาที่โน๊ตมีเวลาว่างในช่วงเช้าเขาก็จะตื่นมาใส่บาตรซึ่งน้าก้อยก็มักจะมายืนบ่นอยู่เสมอ “ใส่ไปแล้วได้อะไร มึงเชื่อเรื่องบุญบาปมากเกินไปแล้วนะไอโน๊ต” โน๊ตตอบกลับไปว่า “น้าก็ลองทำดูบ้างสิเผื่ออะไร ๆ ในชีวิตจะดีขึ้นบ้าง” น้าก้อยหัวเราะใส่คำพูดของเขาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ “ตลกดีนะ เชื่อเรื่องอะไรนั่น กูไม่เคยเห็นว่ามันจะช่วยให้ชีวิตใครดีได้เลย” น้าก้อยไม่เชื่อเรื่องบุญบาปหรือเวรกรรมใด ๆ ทั้งนั้น จนสุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจผูกคอตายจากไปคงเป็นภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย โน็ตเองก็เสียใจเพราะอย่างน้อย ๆ น้าก้อยก็เป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ เมื่อลุงพบรู้ข่าวก็เลยมาช่วยเหลือหลังจากนั้นก็ผ่านพ้นไป โน๊ตเองยังใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของน้าก้อยเหมือนเดิม แถมยังเห็นและเจอน้าก้อยอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม

“โน๊ต โน๊ต น้าหิว” เสียงเบา ๆ ของน้าก้อยที่โน๊ตได้ยินเกือบจะทุกคืน ถึงแม้จะกวนใจอยู่บ้างแต่มันก็ทำให้เขาเห็นแจ้งชัดและรู้ความจริงมากขึ้นว่าคนเราควรจะทำบุญไว้ให้เยอะ ๆ กลางดึกเกือบจะทุกคืนที่โน๊ตต้องลงมาข้างล่างตั้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยที่หน้าบ้านและต้มไข่ 1 ฟอง พร้อมกับจุดธูป 1 ดอก เพื่อเรียกให้น้าก้อยมากินข้าว แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่โน๊ตได้ทำไปมันก็ไปไม่ถึงน้าก้อยอยู่ดี “สงบจิตสงบใจเสียนะโยม” คำพูดของพระท่านที่ทักขึ้นหลังจากที่น้าก้อยจากไปหลายวันแล้วทำให้โน๊ตรู้ดีว่าน้าก้อยไม่เคยไปไหนและเขาก็ยังคงอยู่ที่นี่เหมือนเดิม ซึ่งโน๊ตเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกเสียจากตื่นมาทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้กับน้าก้อย กลางดึกคืนหนึ่งมันเป็นคืนที่ทำให้โน๊ตตัดสินใจที่จะย้ายออกจากบ้านหลังนี้เพราะทนกับความเฮี้ยนของน้าก้อยไม่ไหวแล้ว

ปากดี

เสียงสะอื้นไห้ของใครบางคนดังขึ้น ในคืนนั้นที่โน๊ตหลับอยู่เสียงมันดังขึ้นเรื่อย ๆ จนโน๊ตรู้สึกว่ามันอยู่ใกล้เขามาก แทบจะอยู่ที่ข้างหลังของเขาเลยก็ว่าได้ โน๊ตลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีแล้วกว่าที่เขาจะพยายามทำใจแล้วหันกลับไปอีกทางได้ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร เสียงร้องไห้ของน้าก้อยยังคงดังอยู่ตลอดเวลา “โน๊ต โน๊ต น้าหิว” โน๊ตถอนหายใจลากยาวก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง น้าก้อยไม่ได้อยู่ข้าง ๆ โน๊ตอย่างที่เขารู้สึก แต่น้าก้อยอยู่ที่ปลายเตียงและโน๊ตก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองที่คอของน้าก้อยมีรอยช้ำเป็นทางยาว ใบหน้าอืดบวมเต็มไปด้วยน้ำเลือดและน้ำหนองที่ไหลออกมาแทนน้ำตา โน๊ตกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัวตัวแข็งทื่อและทำอะไรไม่ถูก ถึงโน๊ตจะมีความเชื่อเรื่องแบบนี้แต่ก็ไม่เคยคิดว่าสักวันจะต้องมาเจอกับตัวเอง

“โน๊ต โน๊ต น้าหิว” เสียงของน้าก้อยร้องอย่างดัง เสียงร้องโหยหวนชวนให้ขนลุกเป็นอย่างมากโน๊ตจึงหลับตาและสวดมนต์ ไม่นานนักทุกอย่างก็เหมือนจะหายไปโน๊ตจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง น้าก้อยไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วแต่ตอนนี้น้าก้อยกลับมาอยู่ข้าง ๆ โน๊ตแทน โน๊ตตกใจและรีบลุกออกจากเตียงแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที พอลงบันไดไปได้เขาก็ยังได้ยินเสียงน้าก้อยและเห็นน้าก้อยยืนอยู่ที่ชั้นล่าง โน๊ตวิ่งออกมานอกบ้านด้วยเท้าเปล่าแล้วยืนมองบ้านตัวเองด้วยความกลัว และก็ยังคงวนเวียนไปมาอยู่ในบ้าน เขาเองก็ไม่กล้าที่จะกลับเข้าบ้านไปอีกเลย

ปากดี

ในตอนนั้นโน๊ตได้แต่ตั้งสติและภาวนาจิตอยู่ในใจถึงน้าก้อยว่าเขาจะหาทางช่วยให้ได้ อย่ามาหลอกหลอนให้เขากลัวอีกเลย ไม่อย่างนั้นเขาเองก็คงไม่รู้จะช่วยยังไง ไม่นานผมโน๊ตก็รู้สึกเหมือนมีลมอะไรบางอย่างเข้ามาปะทะที่หน้าพร้อมกับเสียงแว่ว ๆ เหมือนเสียงของน้าก้อยว่าเขาจะรอ โน๊ตถึงกล้าที่จะกลับเข้าบ้านไปและสุดท้ายเขาก็มานั่งคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้น้าก้อยได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่ตัวเองได้ทำเอาไว้ ทั้งกรรมที่รักมากหลายใจ ทั้งกรรมที่ลบหลู่ศาสนามีวาจาหยาบคายและอื่น ๆ ที่น้าก้อยได้กระทำลงไป พอโน๊ตคิดไปคิดมาแล้วมันก็หนักหนาเอาการอยู่เหมือนกัน และที่พึ่งที่เขาตัดสินใจไปหานั้นก็คือพระท่านที่เขาใส่บาตรในทุก ๆ เช้า

โน๊ตลองเข้าไปคุยกับท่านดูแล้วแต่ก็ไม่มีทางแก้ไขใด ๆ เลยที่จะช่วยน้าก้อยให้หลุดพ้นได้ นอกจากรอให้ถึงวาระของมัน น้าก้อยทำกรรมชั่วไว้มากจะให้หลุดพ้นเลยก็คงจะยาก “ยอมทำใจให้สงบเถิดเมื่อถึงวาระเขาก็จะหลุดพ้นไปเอง” คำที่พระท่านบอกคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดและทำให้โน๊ตตัดสินใจทำบุญบ้านครั้งใหญ่ ก่อนจะย้ายออกจากบ้านไปอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร แต่ถึงจะย้ายออกมาแล้วโน๊ตเองก็ยังฝันถึงน้าก้อยอยู่หลายครั้ง ที่บ้านหลังนั้นถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีใครอยู่แล้วแต่โน๊ตก็แวะเวียนเอาของไปวางไว้และจุดธูปบอกน้าก้อยให้มารับของที่เขานำไปให้อยู่เสมอ จนมาหลัง ๆ ที่เวลาผ่านมาเกือบจะ 10 ปีแล้ว โน๊ตก็ยังไม่รู้ว่าวิญญาณของน้าก้อยนั้นจะได้รับบุญและคลายความหิวไปบ้างหรือเปล่า หลายครั้งที่โน๊ตแวะเวียนไปในเวลากลางวันก็ยังเคยเห็นเงาลาง ๆ ของใครบางคนอยู่ในบ้านหลังนั้น จะเป็นสัมภเวสีหรือน้าก้อยเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะไม่ได้เห็นแบบจะ ๆ คาตาเหมือนที่เคยเจอ

ปากดี

จนถึงตอนนี้ที่โน๊ตแต่งงานมีลูกแล้วเขาก็ไม่ได้ฝันถึงนะก้อยบ่อยเหมือนกับเมื่อก่อน แต่ก็ยังตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปถึงน้าก้อยอยู่เสมอ แล้วได้แต่หวังว่าบุญที่เขาทำไปให้นั้นจะช่วยให้น้าก้อยได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้บ้าง โน๊ตไม่ได้มีโอกาสขออโหสิกรรมกับน้าก้อยในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้ว โน๊ตเองอยากเล่าเรื่องราวของน้าก้อยให้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนว่าเวรกรรมนั้นมีอยู่จริงและอยากให้ทุกคนหมั่นทำบุญเข้าไว้ เมื่อถึงคราวที่เราจากไปเงินทองมากมาย คนที่เรารักหรือบริวารทั้งหลาย เราก็ไม่สามารถเอาติดตัวไปได้เลย นอกเสียจากบุญและกรรมที่เราทำไว้ก็เท่านั้นเอง

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

บทความอื่นๆ