โค้งนางรำ

โค้งนางรำ

เรื่องเล่าผีในวันนี้เป็นเรื่องเล่าผีไทยจากประสบการณ์จริงของแมน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาล เขาและแฟนได้ไปเที่ยวในสถานที่แห่งหนึ่งแล้วได้เจอกับเรื่องราวหลอน ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เรื่องราวของแมนจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันค่ะ

วันหนึ่งในช่วงเทศกาลซึ่งเป็นวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันแมนกับแฟนกำลังขับรถไปเที่ยว ระหว่างทางก็ได้สัมผัสกับความเย็นสดชื่นของไอดินหลังจากฝนตก หยดน้ำหยดลงกระทบใบไม้ใบหญ้าแผ่วเบาท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลดลงไปจากเส้นขอบฟ้า ตามมาด้วยเสียงของเครื่องยนต์รถบิ๊กไบค์ที่แมนกำลังเร่งเครื่องอัดอากาศอยู่ในขณะนั้น น้ำที่ขังอยู่บนพื้นถนนแบบกระจายออกสองข้างทางจนแฟนของแมนที่ซ้อนท้ายอยู่กอดเอวแมนแน่นขึ้นกว่าเดิม “ตัวเองระวังลื่นล้มนะ” เธอพูดเตือนแมนด้วยความเป็นห่วง เขาทั้งสองคนกำลังจะไปที่ที่เป็นทุ่งกว้างแห่งหนึ่งในภาคเหนือซึ่งผู้คนมักชอบไปเที่ยวกางเต็นท์นอนกันในฤดูหนาว

โค้งนางรำ

ฟ้าเริ่มมืดลงไปทุกทีแมนเปิดไฟส่องไร่ความมืดข้างหน้าออกไป เสียงเครื่องยนต์ยังคงดังกระหึ่มเต็มสองหู ที่ริมทางมีร้านค้าเป็นเพิงไม้มุงแฝกเปิดไฟสว่างจ้าเรียงรายเป็นแถวยาวเหยียดอยู่ไกลลิบตา แฟนของแมนจึงสะกิดให้แมนจอด “ตัวเองแวะดูของกินกันก่อนไหม เผื่อซื้อเอาขึ้นไปกินบนทุ่งด้วย” ในตอนแรกแมนคิดว่าน่าจะเป็นพวกร้านขายของฝากหรือของกินข้างทางทั่วไปเกี่ยวกับพวกปู จั๊กจั่น ไก่หมุน ขนมสายไหม หรือพวกผลไม้ตามฤดูกาลต่าง ๆ แมนค่อย ๆ ชะลอรถแล้วมองไล่ดูไปทีละร้านว่ามีอะไรขายบ้าง ร้านแรกเป็นร้านขายตุ๊กตาซึ่งดูเป็นตุ๊กตางานวัดราคาถูก พ่อค้าเป็นเด็กวัยรุ่นตัวดำ ๆ ผอมแห้งกำลังนั่งไขว่ห้างเล่นมือถืออย่างไม่สนใจใยดี แมนผ่านร้านแรกไปพอมาร้านที่สองก็ยังเป็นร้านขายตุ๊กตาอีก ส่วนมากจะเป็นตุ๊กตาราคาถูก ๆ บางตัวก็เลอะเทอะติดเศษดินเศษโคลน คนขายร้านนี้เป็นลุงแก่ ๆ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แมนจอดรถลุงแกก็แหงนหน้ามองแล้วกล่าวทักทาย “เอาตัวไหนเลือกได้เลยนะพ่อหนุ่ม” จากนั้นก็ก้มหน้าลงไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

โค้งนางรำ

“ลุงคะแถวนี้พอจะมีของกินขายบ้างไหมคะ” แฟนของแมนลงจากรถมาแล้วร้องถาม ลุงคนนั้นตอบว่า “พวกของกินน่ะต้องไปซื้อที่เซเว่นโน่น ร้านแถบนี้เขาขายแต่ตุ๊กตานะหนู สนใจเอาติดมือไปสักตัวไหมล่ะ ลุงขายไม่แพงหรอก” แฟนของแมนถามขึ้น “ตัวละกี่บาทคะลุง?” “ตัวละร้อยเดียวเองหนู” ลุงพูดออกมาเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ แมนก็คิดว่าเขาจะเอาตุ๊กตาไปทำไมกัน จากนั้นแมนก็ดึงมือแฟนให้ขึ้นรถซ้อนท้าย สภาพตุ๊กตาที่วางขายอยู่ราคาไม่น่าจะถึง 20 บาทเสียด้วยซ้ำ ต่อให้มันราคา 20 บาทจริง ๆ แมนก็คงไม่อยากซื้อมันอยู่ดีเพราะมันดูเหมือนตุ๊กตาเหมาโหลจากโรงงานราคาถูก ขายไม่ออกยังไงอย่างงั้น “ซื้อไปเถอะพ่อหนุ่ม ใครที่ขึ้นไปทุ่งน่ะเขาก็ซื้อกันทั้งนั้นแหละ” ลุงคะยั้นคะยอพร้อมกับลุกขึ้นเก็บตุ๊กตามายัดใส่มือแฟนของแมน “ลุง! ทำอะไรน่ะ?” แมนตะโกนออกมาเพราะตกใจกับสิ่งที่ลุงทำ “เออ…ซื้อไปเถอะนา” “ไม่เอา ไม่ซื้อ” แมนรู้สึกโมโหและตะโกนออกไปเสียงดังพร้อมกับเดินเข้าไปหาลุงกับแฟนของเขาและคว้าแขนเอาไว้ “เท่าไหร่นะคะลุง?” แฟนของแมนถาม “ตัวละร้อยเดียวเองหนู” “งั้นเดี๋ยวเอาตัวนึงค่ะ” แฟนของแมนรีบหยิบแบงค์ร้อยออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้ลุง

โค้งนางรำ

แฟนของแมนหยิบตุ๊กตาจากลุงมาตัวนึงโดยไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าเป็นตุ๊กตาอะไร “ตัวเอง กลับไปที่รถเถอะ อย่าซ่ามากเลย” แฟนของแมนดึงแขนแมนไปที่รถพร้อมกับบ่นพึมพำ “เป็นอะไรเนี่ย!? ลุงเขาก็แค่อยากขายของเองนะ ช่วยลุงเขาซื้อหน่อยจะเป็นอะไรไป” เธอต่อว่าแมน แล้วแมนก็พูดกลับไปว่า “ดูของที่ลุงขายสิ ของถูกจากโรงงานทั้งนั้น” แฟนของแมนหยิบตุ๊กตาที่ซื้อจากลุงขึ้นมาดูแล้วพูดว่า “ตัวนี้เป็นตุ๊กตาอาหมวยด้วยนะ น่ารักจะตาย” หลังจากนั้นแมนก็ค่อย ๆ เร่งเครื่องผ่านร้านขายตุ๊กตาข้างหน้าซึ่งมีอยู่อีกเกือบ 10 ล้านจนเกิดคำถามในใจว่าทำไมแถวนี้ถึงมีแต่ร้านขายตุ๊กตา มันขายดีหรือยังไงตุ๊กตาพวกนี้ พอผ่านร้านขายตุ๊กตาริมทางร้านสุดท้ายมาก็จะเป็นทางลาดชันขึ้นเขา แสงไฟจากร้านค้าเริ่มริบหรี่และค่อย ๆ หายไป เหลือแต่ความมืดที่ปกคลุมบรรยากาศรอบตัวโดยสมบูรณ์ พระจันทร์ที่กำลังลอยอยู่เหนือหมู่เมฆที่ทำให้บริเวณแถวนี้เกือบมืดสนิท แมนเปิดไฟไล่ความมืดบนท้องถนนออกไปแล้วเร่งเครื่องขึ้นอย่างระมัดระวัง สองข้างทางนั้นไม่มีไฟเลยสักนิดจึงต้องอาศัยแสงไฟหน้ารถสะท้อนกับรั้วกั้นถนนเพื่อบอกระยะปลอดภัย

โค้งนางรำ

แมนขับรถมาได้ประมาณ 15 นาที แสงไฟหน้ารถก็สะท้อนกับอะไรบางอย่างที่ข้างทาง พอเพ่งมองดูดีๆก็พบว่ามันคือตุ๊กตาราคาถูก ๆ ที่ร้านข้างทางนำมาขาย แมนขับผ่านตุ๊กตาเหล่านั้นไปตัวแล้วตัวเล่าก็พบว่ามีตุ๊กตาเกือบร้อยตัวถูกโยนทิ้งลงข้างทางอย่างไม่ใยดี “ตัวเอง…ดูนี่สิ คนเขาซื้อตุ๊กตาไปโยนทิ้งกันทั้งนั้น เราถูกลุงหลอกให้ซื้อแล้วแหละ” แมนพูดพลางหัวเราะออกมา “แต่เขาว่ามันเริ่มน่ากลัวแล้วนะ ตุ๊กตากองอยู่เต็มข้างทางแบบนี้มันแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้” แมนขับต่อมาอีกประมาณ 5 นาทีตุ๊กตาข้างทางก็ยังมีให้เห็นประปราย มันทำให้เขารู้สึกขนลุกอย่างประหลาด จนกระทั่งใกล้จะถึงทางโค้งยาวเรียบสันเขาแสงไฟหน้ารถส่องไปกระทบกับใครบางคนที่อยู่ไกลออกไปตรงหัวโค้ง คนคนนั้นกำลังก้ม ๆ เงิย ๆ เดินเก็บตุ๊กตาข้างทางอยู่อย่างช้า ๆ ที่น่าแปลกใจคือเธอสวมชุดนางรำ ใจของแมนหายวาบเมื่อจังหวะที่แสงไฟส่องไปกระทบกับใบหน้าของเธอ ใบหน้าที่ขาวซีดนั้นกำลังจ้องมาทางแมน เธอเอียงคอมองตามมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งรถของแมนเริ่มเข้าใกล้เธอเข้าไปทุกที “ตัวเอง…ระวัง!” แฟนของแมนร้องเตือนเสียงดัง แล้วกอดแมนเอาไว้แน่นสิ่งที่แมนคิดในใจตอนนั้นก็คือแฟนของเขากำลังเห็นแบบเดียวกับเชา ซึ่งเป็นผู้หญิงในชุดนางรำหน้าซีดขาวกำลังจ้องมาทางพวกเขาอย่างไม่ละสายตา มือของเธอกำลังหยิบตุ๊กตาข้างทางทีละตัว

โค้งนางรำ

จนกระทั่งรถของแมนขับส่วนเธอไป เธอยังคงมองตามรถของแมนอยู่ แมนมองเห็นเธอได้อย่างชัดเจนจากกระจกมองหลัง ตอนนั้นแมนบิดเร่งเครื่องแรงขึ้นอีกเพื่อจะหนีให้พ้นจากเธอไปเสียที เธอยังคงหันมองตามมาเรื่อย ๆ คอของเธอที่มองตามมานั้นมันเริ่มผิดรูปผิดร่าง ตอนนี้มันผิดเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้แล้ว ทันใดนั้นเองขาของเธอก็เริ่มก้าวออกมาช้า ๆ และก็สลับกันเร็วขึ้น จนในที่สุดตอนนี้เธอกำลังวิ่ง นางรำคอผิดรูปคนนั้นวิ่งตามรถของแมนมาเร็วมาก แมนร้องเสียงดังลั่น เท้าก็ตบเกียร์รถแล้วบิดคันเร่งให้แรงขึ้นกว่าเดิม รถเลี้ยวไปตามโค้งของสันเขาแต่ในกระจกมองหลังก็ยังเห็นนางรำคนนั้นวิ่งตามใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนไปจากคอที่ผิดรูปตอนนี้แขนและขาของเธอก็เริ่มบิดเหมือนหักพับไปมาตามแรงวิ่ง “ตัวเอง…เขากลัว” แฟนของแมนเริ่มร้องไห้ “ตัวเอง…ตุ๊กตาไง ตุ๊กตา” แมนพูดขึ้น “ตุ๊กตาอะไรอ่ะ เขาไม่เอา เขาไม่รู้” แฟนของแมนพูดออกมาอย่างไม่มีสติ “ที่ซื้อมาจากร้านเมื่อกี้นี้ไง เอามันทิ้งไป โยนทิ้งไปเลย” แฟนของแมนนึกได้ก็ควานหาตุ๊กตาตัวนั้นในกระเป๋าอย่างทุลักทุเล ตอนนี้นางรำเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีและดูเหมือนหลังของเธอก็กำลังหักบิดเบี้ยวสภาพเหมือนคนพิการแขนขาหักกำลังกระเสือกกระสนคลานตามมาอย่างรวดเร็ว “เจอแล้ว…เจอแล้ว” แฟนของแมนโยนตุ๊กตาทิ้งลงไปข้างทาง นางรำที่ทำตัวหักยับเหมือนจะเลิกสนใจพวกเขาไปทันที เธอมีอาการกึ่งวิ่งกึ่งคลานพุ่งตรงไปหาตุ๊กตาที่แฟนของแมนโยนออกไป แล้วเธอก็หายไปในความมืดพร้อมกับไฟท้ายรถที่ทิ้งระยะห่างเธอออกมา

เกิดคำถามในใจมากมายให้แมนกับแฟนได้ขนลุกซู่อยู่บนบิ๊กไบค์ที่กำลังขับไปด้วยอาการตัวเกร็งแข็งทื่อ เมื่อขับรถไปถึงเซเว่นพวกเขาก็จอดพักและซื้อของกินมากมายด้วยความหิว แมนถือโอกาสถามเรื่องนางรำที่ได้เจอมากับพนักงาน ซึ่งพนักงานเล่าให้ฟังว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่าตุ๊กตา เธอคนนี้เป็นคนที่ชอบสะสมตุ๊กตามาก ๆ เรียกว่าเธอรักตุ๊กตาเป็นชีวิตจิตใจก็ว่าได้ วันส่งท้ายปีเก่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมา บริเวณทุ่งแห่งนี้ได้จัดกิจกรรมรื่นเริงต่าง ๆ เพื่อต้อนรับปีใหม่ ตุ๊กตาเองก็ได้มีโอกาสไปแสดงรำไทยที่นี่ด้วย แต่ในระหว่างที่เดินทางนั้นรถของเธอเกิดเสียที่โค้งนั่นและใกล้เวลาที่เธอจะต้องขึ้นแสดงแล้วจึงตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้แล้วเดินต่อไปเพราะระยะทางก็ไม่ได้ไกลมากนัก ขณะนั้นมีรถกระบะขับตามมา บรรยากาศบริเวณนั้นมันมืดมาก เธอโบกมือเรียกขอติดรถไปด้วยแต่คนขับรถกระบะคงมองไม่เห็น รถกระบะชนเธอเข้าอย่างจัง แล้วชุดรำไทยของเธอก็ไปเกี่ยวกับใต้ท้องรถลากตัวเธอไปไกลจนสุดโค้ง เสียชีวิตในสภาพแขนขาและคอหักพับไปทั้งตัวแทบดูไม่ได้ ตั้งแต่นั้นมาใครผ่านมาตรงโค้งนี้ก็จะโยนตุ๊กตาไว้ข้างทางให้กับเธอเพื่อให้เดินทางผ่านโค้งนี้ไปอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ ตุ๊กตาแบบที่ลุงขายนั้นที่หน้าเซเว่นก็มีขายซึ่งมันมีราคาเพียงแค่ 15 บาทเท่านั้นเอง และเรื่องเล่าหลอน ๆ ของแมนก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ

โค้งนางรำ

บทความอื่นๆ