แค้นข้ามภพ

เรื่องเล่าผี

แค้นข้ามภพ

สวัสดีค่ะเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าผีเฮี้ยนจากมิกได้ฟังมาจากรุ่นน้องที่ทำงานคนหนึ่งซึ่งมีความสนิทกันพอสมควร ด้วยเพราะงานที่ต้องทำด้วยกัน รุ่นน้องของมิกคนนี้มีชื่อว่าเด และเรื่องราวที่เดเล่าให้มิกฟังนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องผีที่น่ากลัวอะไรมากนักแต่เขาก็อยากจะมาเล่าให้กับทุกคนได้ฟังกัน โดยเนื้อหาในเรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นเรื่องที่เขาได้ประสบพบเจอมากับตัวเองและเป็นเรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาหลายรุ่นจนมาถึงรุ่นของเดยังไงก็อยากจะให้ทุกคนลองเปิดใจฟังกันดูนะคะ

แค้นข้ามภพ

เมื่อหลายเดือนก่อนช่วงที่มิกเข้ามาทำงานใหม่ ๆ เดก็คือรุ่นน้องในที่ทำงานที่คอยช่วยแนะนำระบบการทำงานในทีมต่าง ๆ ให้กับเขาจนสนิทกันมากขึ้น แล้วเมื่อไม่นานมานี้ที่ทุกคนในทีมก็ได้มีโอกาสสังสรรค์กันหลังจากงานปีใหม่แล้ว มิก เด และเพื่อน ๆ อีก 2-3 คน ก็ตัดสินใจมาดื่มกันต่อที่ห้องของมิก ทุกคนพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยหลายเรื่องก่อนจะวกเข้าสู่เรื่องราวลี้ลับและผีสาง คนแรกที่เริ่มเล่าก่อนก็คือลีเธอเป็นคนสวย แล้วเรื่องของเธอก็น่ากลัวมากเช่นกัน คนต่อมาที่เล่าเรื่องในวงก็คือปลายเรื่องที่เธอเล่าออกจะเป็นเรื่องตลกร้ายไปเสียมากกว่าแต่ก็น่ากลัวและยิ่งสร้างบรรยากาศให้พวกเขาทุกคนรู้สึกวังเวงมากยิ่งขึ้น และเดเองก็มีเรื่องเล่าเหมือนกันแต่อาจจะไม่ใช่เรื่องผีซะทีเดียว มันเป็นเรื่องราวของที่หมู่บ้านของเขาซึ่งย่าของเดเป็นคนเล่าให้ฟัง มันเป็นเรื่องราวของความแค้นข้ามภพตั้งแต่ชาติปางก่อนและกลับมาเจอกันอีกในชาตินี้ ภูมิหลังของเด็กรุ่นน้องของมิกคนนี้เป็นคนภาคเหนืออยู่ที่จังหวัดสุดเขตประเทศไทยเลย และหมู่บ้านของเขาก็อยู่บนภูเขาไม่ได้อยู่ในเมืองทำให้ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตคนเหนือแบบพื้นบ้านมาตั้งแต่เด็ก ๆ

แค้นข้ามภพ

“เรื่องที่ผมจะเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับนายพรานแล้วก็วัวกระทิงนะพี่” พอมิกได้ฟังที่เดพูดอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกแปลกใจว่ามันจะเป็นเรื่องผีไปได้ยังไงกัน แต่ทุกคนก็ไม่ได้ขัดอะไรและต่างก็พร้อมใจกันรอฟังเดเล่า เดเล่าว่าในสมัยก่อนแถบหมู่บ้านที่เขาอยู่นั้นจะมีนายพรานคนหนึ่งที่มีชื่อมาก ๆ ซึ่งคนในหมู่บ้านรู้จักกันทุกคนอีกทั้งยังล่ำลือกันด้วยว่านายพรานคนนี้เก่งกล้าวิชาอาคมเป็นอย่างมาก เวลาที่ไปเดินป่าต่อให้ไม่เอาอะไรเข้าไปเลยแกก็ไม่มีวันอดตายและใช้ชีวิตอยู่ในป่าได้อย่างสบาย ๆ เพราะความสามารถและวิชาอาคมที่มีติดตัวทำให้แกสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ นายพรานคนนี้แกมีชื่อว่าป่อง พรานป่องนั้นเป็นหนุ่มวัยกลางคนเขาไม่มีลูกไม่มีเมียใช้ชีวิตอย่างสันโดษและในบางครั้งก็คอยช่วยเหลือชาวบ้านอีกด้วย เดเล่าให้ฟังอีกว่าในสมัยนั้นย่าของเขายังเป็นเด็กอยู่แต่ก็ไม่ถึงกับไม่รู้เรื่องอะไรเลยและย่าก็จำเรื่องราวได้ดีเพราะอยู่ในเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นด้วย

แค้นข้ามภพ

วันหนึ่งชาวบ้านช่วยกันพยุงพรานป่องมาจากทางเข้าป่า เนื้อตัวของแกเต็มไปด้วยเลือด พรานป่องเองก็ยังมีสติอยู่ตลอดเวลาและทำปากขมุบขมิบคล้ายกับท่องมนต์คาถาไปด้วย ไม่นานนักจากที่แกยืนไม่ได้ก็กลับมายืนได้เป็นปกติแต่ก็ยังมีท่าทีของอาการบาดเจ็บอยู่ “กูจะล่ามัน มันจะต้องสยบและตายด้วยน้ำมือของกู” น้ำเสียงอันโกรธเกรี้ยวของพรานป่องดังก้องไปทั่วบริเวณทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้เหตุการณ์อะไรต่างพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพรานผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้า รวมถึงย่าของเดด้วย แต่ภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ ข่าวก็มักจะไปไวเสมอ ยังไม่ทันข้ามวันย่าของเดก็ได้รู้ข่าวว่าพรานป่องเข้าป่าแล้วไปเจอกับกระทิงตัวหนึ่งเข้า ทันทีที่ได้เจอพรานป่องก็พูดออกมาทันทีว่ากระทิงตัวนี้ไม่ใช่กระทิงธรรมดา มันเป็นวัวกระทิงที่มีความอาฆาตแค้น ดวงตาของมันจ้องจะเอาชีวิตของแกและในตอนนั้นเองยังไม่ทันที่พรานป่องจะได้ตั้งตัวก็โดนกระทิงตัวนั้นขวิดเข้าให้ ลูกน้องที่เข้าป่าไปด้วยก็พากันปีนต้นไม้หนีด้วยความตกใจกลัว ก่อนจะช่วยกันเขวี้ยงข้าวของใส่กระทิงตัวนั้นเพื่อไล่ให้มันไป กว่าจะลงมาจากต้นไม้ได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร ส่วนพรานป่องที่โดนขวิดนั้นก็นอนกองอยู่กับพื้นด้วยท่าทางเจ็บปวด ก่อนจะนำใบพลูที่พกติดตัวมาเคี้ยวและท่องคาถาอะไรสักอย่างหลังจากนั้นลูกน้องของแกจึงได้ช่วยกันพาพรานป่องออกมาจากป่าแล้วก็เป็นสภาพอย่างที่ทุกคนในหมู่บ้านเห็น หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่พรานป่องได้รับบาดเจ็บจากการโดนกระทิงขวิดแล้วนั้นชาวบ้านที่เข้าป่าไปเพื่อหาของมาขายและนำมาเป็นอาหารก็ได้เจอกระทิงตัวที่ว่านั้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดเหมือนกันคือมันเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนกระทิงตัวอื่น ๆ ตัวมันใหญ่มากกว่าปกติ “นี่ขนาดแค่ยืน 4 ขามันยังจะสูงเกือบเท่าคนสองคนขี่คอกันเลย ถ้ายืน 2 ขาจะไม่สูงเท่าต้นไม้ใหญ่เลยหรอวะ” “เฮ้ย! อย่าพูดดังไปเดี๋ยวพรานมาได้ยินเข้าจะโมโหเอานะเว้ย เข้าป่ารอบหน้าข้าขออยู่นี่แล้วกันเจ็บหนักขนาดนี้คงมีหวังได้ตายกันไปข้าง” เสียงของลูกน้องพรานป่องคุยกัน

แค้นข้ามภพ

เรื่องราวความแค้นระหว่างพรานป่องกับกระทิงป่าเริ่มจะบานปลายมากขึ้นหลังจากที่มีชาวบ้านเห็นว่ามีกระทิงตัวหนึ่งวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านของพรานป่องที่นอนพักรักษาตัวอยู่ จนกระทั่งวันหนึ่งมันเข้ามาทำลายพืชผลของชาวบ้านที่ปลูกไว้ทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่พอใจและคิดจะร่วมมือกับพรานป่องเพื่อจัดการกำจัดกระทิงป่าร้ายตัวนั้น “ข้ารู้ว่ามันเลวทรามขนาดไหน ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่ อีกไม่กี่วันหรอก” “ทำไมต้องรออีกล่ะพราน จัดการพรุ่งนี้เลยเดี๋ยวพวกข้าจะไปช่วยเอง” “เอ๊ะ! พูดจาไม่รู้เรื่อง จะจัดการกระทิงตัวนี้มันต้องรอฤกษ์รอยาม ไม่อย่างนั้นคงทำอะไรมันได้ยาก” พรานป่องนั้นมีความแค้นกับกระทิงป่าตัวนั้นเป็นอย่างมาก เพราะเขาเชื่อว่ากระทิงป่าตัวนั้นเป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรคือสิ่งมีชีวิตที่เคยมีความแค้นกันมาตั้งแต่ภพชาติก่อน แล้วฤกษ์งามยามดีก็มาถึงชาวบ้านที่พร้อมจะช่วยเหลือก็เตรียมอาวุธครบมือรวมถึงของมีคมที่พกติดตัวตลอดเวลา เดเล่าต่อว่าย่าของเขาจำได้ดีว่าวันนั้นเป็นวันที่มีฝนตกหนักลงมาตั้งแต่เช้า ท้องฟ้ามืดสลัวไปหมดแม้จะเป็นเวลาที่สายมากแล้วก็ตาม

แค้นข้ามภพ

พรานป่องและลูกน้องรวมไปถึงชาวบ้านอีกเกือบสิบคนพากันหอบข้าวหอบของเดินทางเข้าป่าไปในเวลานั้น ไม่นานฝนก็หยุดตกแล้วฟ้าก็กลับมาสว่างเหมือนเดิม จะมีก็เพียงแต่ฝั่งของป่าที่พรานป่องกับพวกต้องเข้าไปที่ยังคงมองเห็นไกล ๆ ว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนักและฟ้าตรงนั้นก็มีเมฆมากและอึมคลึมอยู่ที่บริเวณผืนป่า ตกบ่ายใกล้จะเย็นชาวบ้านก็กลับออกมาจากป่าแต่สิ่งที่สร้างความตกใจให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมากก็คือชาวบ้านนั้นแบกร่างที่ไร้วิญญาณของพรานป่องกลับมาด้วย หลายคนที่เห็นก็รู้สึกใจหายขึ้นมาทันที คนเฒ่าคนแก่พากันร้องห่มร้องไห้เพราะพรานป่องนั้นก็เป็นเหมือนลูกหลานของพวกเขา “เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ” ลูกน้องคนหนึ่งของพรานป่องที่ไม่ได้เข้าป่าไปในวันนั้น รีบวิ่งเข้ามาถามด้วยความตื่นตระหนก ทันทีที่เห็นร่างของพรานป่องเขาก็เข่าอ่อนทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น ตัวของพรานป่องนั้นเต็มไปด้วยสีแดงที่มาจากเลือด ไม่ต่างอะไรกับวันแรกที่เจอกับกระทิงป่าที่พรานป่องบอกว่ามันคือเจ้ากรรมนายเวรของเขา แถวบ้านไม่มีใครเชื่อเลยจนกระทั่งได้เห็นว่าลูกน้องของพรานป่องนั้นถือหัวของกระทิงป่ากลับมาด้วย

แค้นข้ามภพ

พรานป่องนั้นไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนและอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกไม่มีเมีย ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงต้องเป็นธุระจัดการงานศพให้กับพรานป่องซึ่งเป็นการจัดงานศพแบบเรียบง่าย ผู้คนที่เข้ามาไว้อาลัยก็มีแต่ชาวบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น “เรื่องมันเป็นยังไงวะ พรานแกถึงได้…เอ่อ…” “เฮ้ย! เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยคุย ข้าจะเล่าให้ฟังทีหลัง” อย่างที่รู้กันว่าข่าวต่าง ๆ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ นั้นมันมักจะไปไวเสมอ แล้วเรื่องก็เพิ่งมาถึงหูของย่าเด ตอนนั้นย่าของเดก็เป็นเด็กที่โตพอจะรู้เรื่องแล้วจึงได้มีโอกาสฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในระหว่างที่พรานป่องและชาวบ้านเข้าป่าไปนั้นฝนก็กระหน่ำเทลงมาอย่างหนักทำให้การเดินทางเข้าป่าล่ากระทิงค่อนข้างจะลำบากทั้งพื้นดินที่เปียกชุ่มทำให้การก้าวเท้าช้าลง อากาศที่หนาวเย็นจนทำให้รู้สึกเหมือนจะไม่มีแรงในการขยับร่างกาย ชาวบ้านต่างพากันโอดโอยและมีหลายคนคิดจะเดินทางกลับ มีเพียงแค่พรานป่องเท่านั้นที่มีแรงกายแรงใจพร้อมจะเผชิญหน้ากับกระทิงเจ้ากรรมนายเวรของเขา

แค้นข้ามภพ

“พวกมึงไม่ไหวก็กลับไปอย่ามาถ่วงเวลากู” ยังไม่ทันสิ้นเสียงของพรานป่อง ชาวบ้านคนหนึ่งต้องหงายหลังล้มลงและตกใจกับความใหญ่โตของกระทิงป่าที่ว่านั้น ทุกคนรีบพากันปีนขึ้นต้นไม้เพื่อหนี จะเหลือก็แค่พรานป่องกับลูกน้องคนสนิทเท่านั้นที่ประจันหน้าอยู่กับกระทิงป่า เสียงฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ยอมหยุด เวลานั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้าชาวบ้านหลายคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์กันอยู่บนต้นไม้ก็รู้สึกกวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่นานพรานป่องก็ชักมีดอาคมของตัวเองออกมาถือไว้ “กูกับมึงคงจะสร่างแค้นกันในวันนี้” เสียงของพรานป่องที่พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่มีอยู่เต็มอก จากบาดแผลที่ยังไม่หายดี จู่ ๆ เลือดก็เกิดไหลออกมา การต่อสู้ศึกครั้งนี้เจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัดซึ่งลูกน้องคนสนิทที่อยู่ไม่ห่างนั้นรู้ดีเป็นที่สุด เสียงหายใจหนักของกระทิงป่าตัวนั้นคล้ายกับว่ามันตอบโต้คำพูดของพรานป่อง มันกระทืบเท้าและเขี่ยดินที่เปียกชุ่มจนกระจัดกระจายก่อนจะคำรามออกมา ใครได้ฟังแล้วก็ต้องรู้สึกหวาดกลัว กระทิงตัวนั้นขู่ให้พรานป่องกลัวแต่ด้วยความเป็นคนมีวิชาอาคมพรานป่องก็ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี

แค้นข้ามภพ

“มึงหวังสิ่งใดในใจของมึงก็ขอให้กูเป็นอย่างนั้น ส่วนมึงก็ต้องตายด้วยน้ำมือของกูเท่านั้นกูถึงจะหายแค้น” สิ้นเสียงของพรานป่องกระทิงตัวนั้นก็พุ่งเข้ามาทันที พรานป่องกระโดดหลบไปอย่างช้า ๆ และกระทิงตัวนั้นก็พุ่งตัวเข้าชนต้นไม้เข้าอย่างจังจนต้นไม้โอนเอนใกล้จะหักประกอบกับที่มีน้ำหนักของชาวบ้านที่แอบซุ่มดูอยู่บนต้นไม้นั้น

จึงทำให้มันโค่นลงมาพร้อมกับชาวบ้านที่ตกลงมาจนได้รับบาดเจ็บ ลูกน้องพรานป่องรีบเข้าไปช่วยดูชาวบ้านตามคำสั่งของพรานป่อง ในตอนนั้นพรานป่องกำลังเผชิญหน้ากับกระทิงป่าแบบตาต้องตา สองสายตานั้นสบกันจนเห็นความแค้นที่มีในใจของกันและกัน ไม่นานพรานป่องก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะพูดว่า “ชาติที่แล้วที่กูฆ่าลูกเมียของมึงอย่างนั้นหรอ…มาชาตินี้กูก็ตามมาฆ่ามึงไง” กระทิงป่าตัวนั้นพุ่งตัวเข้ามาหาพรานป่องอีกครั้ง แต่คราวนี้พรานป่องนั้นไม่ได้หลบจึงโดนเขาของกระทิงเสียบเข้าอย่างจัง เลือดไหลนองไปตามสายน้ำฝนที่เปียกชุ่มอยู่ตามตัว ปากกระอักเลือดออกมาครั้งใหญ่ แต่มือของเขาก็คาอยู่ที่หัวกระทิงด้วยเช่นกัน มีดอาคมปักเข้าตรงกลางหัวสมความตั้งใจที่จะยอมแลกชีวิตต่อชีวิต ทั้งพรานป่องและกระทิงป่าต่างตายจากไปในคราวเดียวกันเหมือนกับความแค้นของทั้งสองฝ่ายต้องชดใช้ด้วยชีวิตของกันและกันนั่นเอง

แค้นข้ามภพ

เรื่องที่เดเล่าให้มิกฟังในวันนั้นก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งหากเรามองย้อนกลับไปดี ๆ มิกเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเรื่องราวของพรานป่องและกระทิงป่าตัวนั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงในสมัยของย่าเดหรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกกลัวคือเจ้ากรรมนายเวรที่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันจะมาในรูปแบบไหนและเราต้องแลกกับอะไรบ้างเวรกรรมที่มีต่อกันถึงจะหมดและดับสูญไป ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเรื่องราวที่อาจจะไม่ได้สยดสยองหรือน่ากลัวมากนัก เพียงแค่นำมาเล่าสู่กันฟังก็เท่านั้น

บทความอื่นๆ