คนไม่มีศาสนา

คนไม่มีศาสนา
คนไม่มีศาสนา

เรื่องเล่าผี

ดินเป็นคนที่ไม่มีศาสนา ไม่นับถือใคร หรืออะไรที่คนอื่นเรียกว่าพระเจ้า พระพุทธเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ “เขาผิดหรือเปล่า” นี่เป็นคำถามที่เขาอยากจะถามทุก ๆ คน ก่อนที่จะชวนให้อ่านเรื่องราวของเขา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร ที่มันน่ากลัวและไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็เรียกมันว่าผี ปีศาจ หรือซาตาน แล้วแต่ว่าสิ่งที่พวกเขานับถือนั้นจะเรียกสิ่งที่ลึกลับน่ากลัวนั้นว่าอะไร ส่วนดินจะขอเรียกสิ่งที่คนอื่น ๆ เรียก และตั้งแต่ที่เขาโตมาชื่อนี้มักจะเรียกจนติดปากเสมอ โดยดินจะขอเรียกมันว่าผีค่ะ เรื่องเล่าผีนี้เป็นเรื่องเล่าผีเรื่องจริงจากดิน เรื่องราวของดินจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันค่ะ

               อย่างที่ได้บอกไปว่าดินนั้นเป็นคนที่ไม่มีศาสนา ไม่นับถืออะไร นอกจากเคารพและนับถือตัวเอง แต่คนอื่น ๆ มักจะมองว่าดินได้ซึมซับเอาคำสอนของพระพุทธศาสนามาบ้าง ซึ่งดินเองก็เชื่อแบบนั้น เพราะเขาเรียนหนังสือและในหลักสูตรก็มีวิชาพระพุทธศาสนาด้วย หลายคนมองว่าดินเป็นคนขวางโลก ซึ่งเขาเองก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาออกจากบ้านตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.6 ถ้าถามว่าเขาไปอยู่ที่ไหนและใช้ชีวิตยังไงจนรอดมาถึง 30 กว่าปีได้ ดินเองไม่ขอเล่าเรื่องนี้ แต่ขอเล่าเรื่องน่ากลัวที่เขาได้พบเจอกับตัวเอง และทำให้เขาเชื่อว่าผีมีอยู่จริง

                ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ โบ๊ทเพื่อนของดินได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนที่จะขับรถกลับบ้านช่วงดึก ๆ เนื่องจากทำงานหนักมาทั้งวันก็เลยทำให้โบ๊ทวูบไป เพียงแค่เสี้ยววินาทีรถของโบ๊ทก็วิ่งลงข้างทาง ตกท้ายสะพานไปที่ถนนข้างล่างทำให้รถพังยับ ถึงแม้ว่าจะมีคนเห็นแต่กว่าจะช่วยได้มันก็ไม่ทันซะแล้ว ในตอนนั้นดินเสียใจมาก เพราะดินกับโบ๊ทเป็นเหมือนพี่น้องกัน แต่จริง ๆ มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ก่อนที่โบ๊ทจะทำลายความสัมพันธ์ที่ดีกับดินด้วยการมายุ่งกับแฟนของดิน สุดท้ายดินเองเลือกที่จะถอยและปล่อยให้ทั้งสองคนคบกันต่อไป

               “สงสัยกรรมคงจะตามทัน” ธนาเพื่อนของดินอีกคนพูดขึ้นตอนที่ดินไปร่วมงานศพของโบ๊ท ซึ่งดินเองก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ธนาพูดสักเท่าไหร่ “แล้วมึงหายโกรธมันหรือยังล่ะ” และธนาก็ได้เปิดประเด็นคำถามเข้ามา ซึ่งดินก็แค่อยากรู้ว่าถ้าโดนเพื่อนรักแย่งแฟนไป แล้วพวกเขาก็รักกันดี กำลังจะไปได้ดี และกำลังจะแต่งงานกัน แต่เพื่อนที่แย่งแฟนเราดันมาตายจากไปซะก่อน เป็นคุณจะหายโกรธหรือสะใจล่ะคะ?

คนไม่มีศาสนา
คนไม่มีศาสนา

                ในตอนนั้นถึงดินจะเสียใจที่โบ๊ทตายแต่ปากดินกลับพูดไปตรงกันข้าม และสิ่งที่ธนาพูดก็ยิ่งทำให้ดินโกรธ “กูไม่หายหรอก ถึงมันจะตายไปแล้ว กูก็ไม่หาย” ดินพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และรู้สึกได้ว่าความโกรธ ความแค้น ความเสียใจ ทุกอย่างมันผสมปนเปกันเยอะแยะไปหมด “มันตายไปแล้วมึงก็อโหสิกรรมให้มันเถอะว่ะ มันจะได้หมดเวรหมดกรรมต่อกัน มึงก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าเมย์เสียใจขนาดไหน คนเคยรักกัน เคยรู้จักกันดี ปลง ๆ บ้างเหอะว่ะ” ธนาพูดกับดินยืดยาว แต่สิ่งที่ธนาพูดเขาอาจจะลืมไปว่าดินไม่ใช่คนที่นับถืออะไรพวกนี้ แต่ที่ดินมางานศพและใส่ชุดดำตามที่คนอื่นใส่ เพราะดินยังให้เกียรติพ่อกับแม่ของโบ๊ท ไม่ใช่เพราะใจอ่อนลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่โบ๊ททำกับเขาเอาไว้ “กูไม่สนเรื่องเวรกรรม ต่อให้มันตายไปแล้วเป็นผีหรือวิญญาณห่าเหวอะไรมากราบตีนขอโทษกู ยังไงกูก็ไม่ให้อภัยว่ะ” ดินพูดออกมาเสียงดังและลุกออกจากศาลาไป เพราะเริ่มรู้สึกควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ ญาติของโบ๊ทและคนอื่นที่มาร่วมงานก็มองตามดินที่เสียงดังและเดินลุกออกไป

               ดินรู้สึกสติหลุดอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะปลีกตัวออกมาสูบบุหรี่คนเดียวหน้าห้องน้ำ แล้วก็ได้เจอกับเมย์อีกครั้งในรอบหลายปีตั้งแต่ที่เลิกกันไป เมย์ถามดินว่าสบายดีไหม แต่ดินไม่มีอารมณ์จะตอบและทิ้งบุหรี่แล้วเดินหนีไป เพราะยิ่งเห็นเมย์ก็ยิ่งทำให้ดินรู้สึกแย่มากกว่าเดิม “ขอโทษนะ…ขอโทษจริง ๆ แต่อย่าไปโกรธโบ๊ทอีกเลยนะ โบ๊ทตายไปแล้วก็ให้เขาไปอย่างสงบ ๆ เถอะ” เมย์พูดกับดิน และดินก็ได้หันกลับไปมองเมย์ด้วยอารมณ์โกรธแบบเลือดขึ้นหน้า เพราะแม้แต่ตอนที่โบ๊ตตายไปเมย์ก็ยังปกป้องโบ๊ท เหมือนกับตอนที่ดินรู้ความจริง เมย์ก็เป็นคนบอกว่าเธอเองเป็นคนเริ่มก่อน นั่นทำให้ดินรู้สึกเจ็บที่รู้ว่าเมย์เป็นคนเริ่มและคิดจะนอกใจเขาก่อน “ตายไปแล้วก็ยังคุ้มหัวมันอยู่ได้ งั้นก็ขอให้มันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดก็แล้วกัน” หลังจากที่ดินพูดเสร็จเมย์ก็ได้ตบหน้าดินอย่างแรง ไม่รู้ว่าคำที่ดินพูดมันร้ายแรงสำหรับเมย์หรือโบ๊ท เมย์บอกให้ดินรีบถอนคำพูดและบอกว่าที่ผ่านมาโบ๊ทเองก็รู้สึกผิดมาตลอด แต่เพราะเมย์ท้องและมั่นใจว่าไม่ใช่ลูกของดิน เมย์เลยเลือกที่จะบอกความจริง เมย์ยังบอกอีกว่าทุกอย่างเธอเป็นคนทำผิดเอง ไม่อยากให้ดินโกรธหรือเกลียดโบ๊ท “ก็ถ้ามันเป็นเพื่อนกูจริง มันก็ต้องไม่เอามึงไง!” ดินตะโกนใส่หน้าเมย์ก่อนจะเดินหนีและขับรถออกไปอย่างเร็วด้วยความรู้สึกโกรธ

               ดินได้จอดรถแวะที่ปั๊มเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ระหว่างที่ดินสงบสติอารมณ์ของตัวเองอยู่นั้นก็มีสายเรียกเข้าจากธนาโทรเข้ามา ครั้งแรกและครั้งที่สองดินไม่ได้รับสาย จนธนาโทรมาครั้งที่สามดินถึงได้กดรับสาย “ไอ่ดิน…มึงแม่งไปพูดอะไรไว้ พระสวดไม่ได้เลยเนี่ย รูปหน้าศพก็ตกลงมาแตก!” ธนาโทรมาต่อว่าดินยกใหญ่ แต่ดินก็ไม่ได้พูดอะไร ดินได้กดวางสายไปและขับรถกลับที่ห้องของตัวเอง ดินได้แวะซื้อเครื่องดื่มมาดื่มที่ห้อง ก่อนจะดื่มไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าตัวเองมึนและเสียการทรงตัวเล็กน้อย ส่วนธนาก็โทรหาดินไม่ยอมหยุด และแม่ของโบ๊ทก็โทรมาหาดินเช่นกัน แต่ดินก็ไม่ได้รับสายเพราะไม่อยากทำดีในเวลานั้น ดินเปิดทีวีดูหนังไปเรื่อย ๆ พร้อมกับดื่มเพื่อให้ลืมความเสียใจที่เคยทำเขาเสียสูญจนชีวิตเกือบพังในตอนนั้น จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

คนไม่มีศาสนา
คนไม่มีศาสนา

               ไม่นานดินก็สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา และหันไปมองดูนาฬิกามันก็เกือบ ๆ จะตีสามแล้ว เขางัวเงียและแสบตาจากแสงหน้าจอทีวีที่ตอนนั้นยังคงเล่นหนังเรื่องใหม่ไปเรื่อย ๆ และคงเพราะดื่มไปมากก็เลยทำให้เขารู้สึกเวียนหัว ดินนั่งมึน ๆ อยู่บนโซฟาในห้องอยู่สักพักก็ตัดสินใจลุกไปดื่มน้ำแล้วกลับมานอนต่อ เพราะยังง่วงอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนใครร้องไห้ เสียงนั้นมันไม่ใช่เสียงของผู้หญิง แต่กลับเป็นเสียงของผู้ชายที่ร้องไห้ออกมาและร้องไห้หนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องของดินตอนนั้นไม่มีแสงไฟจากที่ไหนเลย ยกเว้นแสงจากจอทีวี ทีแรกที่ดินได้ยินเขาคิดว่ามันเป็นเสียงของหนังในทีวี แต่มันก็ไม่ใช่ เพราะในทีวีตอนนั้นกำลังเป็นฉากไล่ยิงกันอย่างเมามัน ดินเอื้อมมือไปหยิบรีโมตและกดปิดทีวีลง ทั้งห้องมืดสนิทและเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นว่ามีเงาของใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าทีวีและหันหน้ามองมาที่เขา ดินขยี้ตาไปสองสามครั้งแต่มันก็ไม่หายไป ดินพยายามคิดว่าตัวเองเมาและเห็นภาพหลอนไปเอง แต่เพราะความตกใจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันเลยทำให้เขารู้สึกว่าสร่างเมาไปนานแล้ว เงาดำนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามาหาดิน แสงสลัว ๆ จากหน้าต่างถึงจะไม่ชัดมากแต่มันก็ทำให้เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าเงาดำนั้นคือโบ๊ท สภาพของโบ๊ทที่มาให้เห็นคือแขนบิดผิดรูปและเคลื่อนเข้ามาหาดินแบบกะเผลก ๆ โบ๊ทมาให้ดินเห็นแบบสยดสยองมาก ๆ และที่ค่อย ๆ กะเผลก ๆ เข้ามาก็เพราะเท้าแบะออกและฉีกไปคนละทาง ส่วนแขนอีกข้างก็ดูปกติดีแต่ที่ลำตัวมีลักษณะย่นลงมาเหมือนกับถูกกดทับ ส่วนคอก็เอียงพับลงมาบนไหล่ ดวงตาถลนออกมา สภาพของโบ๊ทในตอนนี้ดูเหมือนโดนบีบอัดจากแรงกระแทกอย่างแรง และดินที่อธิบายได้เป็นฉาก ๆ เพราะภาพนั้นมันยังติดตาดินมาจนถึงทุกวันนี้ ดินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะได้เห็นอะไรแบบนี้ และได้เจอกับความน่ากลัวในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน โบ๊ทเข้ามาใกล้ดินได้สักระยะ กลิ่นเหม็นกลิ่นคาวลอยคลุ้งมาจนดินผะอืดผะอมแทบจะอ้วก หลังจากนั้นโบ๊ทก็ได้ทิ้งตัวลง ชิ้นเนื้อที่หลุดลุ่ยหล่นลงบนพื้นต่อหน้าต่อตาดิน นั่นยิงทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว โบ๊ทค่อย ๆ ขยับแขนที่ผิดรูปของเขามาข้างหน้าและพนมมือลงกราบที่พื้น “กู…กูขอโทษ ทำแบบนี้แล้ว มึงก็ยังจะไม่ให้อภัยกูใช่ไหม” สิ้นเสียงของโบ๊ทดินก็ได้อ้วกออกมาเต็มพื้นหมดเลย และพอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นโบ๊ทที่กำลังก้มลงกราบเขาอีกแล้ว ดินสติหลุดและร่องรอยไปนานหลายนาที กว่าจะค่อย ๆ คิดทบทวนเรื่องราวทุกอย่างให้กลับมาเข้าร่องเข้ารอยได้

               จนถึงเวลาเช้าดินก็ได้โทรกลับไปหาธนาและเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง “ก็กูพยายามโทรหามึงไงว่าให้มาถอนคำพูดที่งาน มันมาเข้าพี่ชายแล้วร้องไห้เรื่องมึง กว่าพระแม่งจะสวดได้” ธนาบอกกับดินแบบนั้นดินเองที่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตตลอด 30 กว่าปีก็รู้สึกเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าเรื่องผีหรือเรื่องคำพูดและคำสาปแช่งอะไรพวกนี้จะเป็นจริงได้ รู้แค่ว่ามนุษย์เกิดมาไม่ว่าจะทำอะไรผิดหรือถูกตัวเองก็เป็นคนตัดสินใจเองและไม่ได้มานั่งคิดว่ามันจะบาปหรือไม่บาป ในตอนที่เรากระทำอะไรลงไปทุกอย่างอยู่ที่จิตใจของเราล้วน ๆ แต่พอเจอเหตุการณ์นี้เข้าไปมันก็ทำให้ดินเริ่มจะคิดอะไรได้มากขึ้น ดินได้เข้าไปที่วัดและไปไหว้ขอโทษพ่อกับแม่ของโบ๊ท ซึ่งทั้งสองคนก็ไม่ได้โกรธอะไรดินเลย กลับบอกเพียงว่าท่านสองคนเข้าใจดีว่าดินต้องโกรธต้องเกลียดและแค้นใจเป็นเรื่องธรรมดา เพราะดินเป็นฝ่ายโดนกระทำ แต่ก็อยากจะให้ยกโทษให้โบ๊ทเพราะเขาเชื่อเรื่องพวกนี้และเกรงว่าโบ๊ทจะจากไปอย่างไม่สงบเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นโบ๊ทก็จากไปอย่างทรมานมากแล้ว มันทำให้ดินนึกถึงสภาพที่โบ๊ทมาหาเขาเมื่อคืน “ขอโทษนะ ยกโทษแล้วให้อภัยกันเถอะนะ จะได้หมดกรรมต่อกัน” เมย์พูดขึ้น และครั้งนี้มันทำให้ดินมองเมย์ชัด ๆ อีกครั้ง ท้องของเมย์เริ่มโตขึ้นแล้ว ซึ่งเมื่อวานดินโกรธจนแทบจะทำร้ายคนท้องได้เลย เพราะความไม่มีสติและควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ค่อยได้ ต่อมาดินก็ได้เดินไปที่หน้าโลงศพของโบ๊ทและจ้องมองไปที่รูปของโบ๊ท แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะจู่ ๆ ดินก็นึกถึงสมัยที่ยังสนิทกับโบ๊ท แม่ของโบ๊ทได้ยื่นธูปมาให้ดินแล้วดินก็รับธูปมาและพนมมือขึ้น ดินเองไม่รู้ว่าต้องสวดหรือพูดอะไรบ้าง แต่ก็ได้พูดออกไปตามที่ตัวเองรู้สึก “ไอ่โบ๊ทกูยกโทษให้ มึงไปเถอะ” หลังจากนั้นแล้วดินก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขารู้สึกโล่งไปหมดไม่รู้ว่าเพราะอะไร

               หลังจากงานศพของโบ๊ทผ่านไปดินก็กลับมาทบทวนเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ทำให้เขาหันไปนับถือศาสนาอะไรแต่มันทำให้เขาได้รู้ว่าชีวิตของคนเรามันสั้น จะไปตอนไหนก็ไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย และเวลาที่อยู่ด้วยกันก็ควรจะดีต่อกัน โกรธกันเกลียดกันไปก็มีแต่จะทุกข์และทรมานตัวเองเปล่า ๆ เรื่องเล่าของดินก็มีประมาณนี้แหละค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ

บทความอื่นๆ