คนโดนของ

คนโดนของ
คนโดนของ

เรื่องเล่าผี

ไสยศาสตร์เป็นสิ่งที่น่ากลัวนะคะ เรื่องที่เราอยากจะเล่าให้ทุกคนฟังนั้นก็เป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับบอม ต้องบอกกับทุกคนก่อนว่าความเชื่อเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่าใครก็จะเชื่อ ถ้าอย่างนั้นแล้วบอมอยากจะให้ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องนี้โปรดใช้วิจารณญาณด้วยนะคะ

     ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 8 ปีก่อนตอนที่บอมยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างใหญ่และก็มีหลากหลายคณะ ตอนที่บอมเข้ามาเป็นเด็กปี 1 ใหม่ ๆ บอมก็ได้มีโอกาสเจอกับเพื่อน ๆ ที่มาจากหลายจังหวัดจนกระทั่งเริ่มจับกลุ่มกันได้ กลุ่มของบอมก็จะมีเพื่อนอยู่ด้วยกันประมาณ 5 คน ถ้ารวมบอมด้วยก็จะเป็น 6 คน บอมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ชาย 2 คนที่อยู่ในกลุ่มนี้ เพราะบอมเป็นคนหน้าตาดีเลยทำให้มีคนสนใจอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันหรือว่ารุ่นพี่ ไม่นานหลังจากที่เรียนไปได้สักพักบอมก็ได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งมีชื่อว่ามิว มิวเป็นคนที่สวยน่ารักและมีแต่คนชอบ หนึ่งในนั้นก็คือบอมเอง หลังจากนั้นบอมก็มีโอกาสได้คบหาดูใจกับมิว ตอนที่คบกันแรก ๆ บอมบอกว่ามันเหมือนกับโลกทั้งใบมีแค่เขาสองคนจริง ๆ แล้วหลัง ๆ มานี้บอมก็ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องการเรียนมากนักและที่สำคัญมันทำให้การเรียนของเขาแย่ลงไปอย่างมาก  

     เมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูพ่อและแม่ของบอม ด้วยความที่พ่อของบอมเป็นคนที่เข้มงวดก็เลยไปหาเขาที่มหาวิทยาลัยแล้วได้คุยกับอาจารย์และคุยกับเพื่อน ๆ ตอนนั้นบอมยอมรับว่าเขาค่อนข้างที่จะอายเพราะมันดูเหมือนกับเขาเป็นเด็กเกเรไม่เอาถ่านจริง ๆ เพราะก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยบอมเป็นเด็กเรียนมาก บอมคิดอยู่ในใจว่าที่ผลการเรียนมันตกอาจจะเป็นเพราะเขามีแฟนหรือเปล่า พ่อของบอมเลยบังคับให้บอมเลิกกับมิวแต่เพราะตอนนั้นบอมรักมิวมากจึงทำให้เขาตัดสินใจที่จะโกหกพ่อว่าเลิกกับเธอไปแล้ว แต่ความจริงในตอนนั้นบอมได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่หอของมิวโดยที่ไม่ได้บอกใคร อีกอย่างมิวก็เป็นรุ่นพี่ แต่เป็นรุ่นพี่ต่างคณะที่ใคร ๆ ก็รู้จัก มิวเรียนมาหลายปีแล้วจนเกือบจะครบโควตา 8 ปี ถึงอย่างนั้นความรักก็ทำให้บอมดูโง่มาก ๆ จนกระทั่งปี 2 เทอม 2 อาจารย์ก็บอกกับบอมว่าถ้าเกิดบอมยังทำตัวแบบนี้อีกต่อไปปี 3 ที่กำลังจะขึ้นนั้นเขาอาจจะไม่ได้เรียนต่อที่นี่ เพราะเกรดเฉลี่ยไม่ถึงและจะโดนรีไทร์ ผลออกมาก็ปรากฏว่าบอมโดนรีไทร์ออกจริง ๆ บอมจึงพยายามแก้ปัญหานี้โดยการเอาใบเกรดเฉลี่ยชั้น ม.6 ที่เขามีติดตัวไว้สมัครเข้าเรียนใหม่อีกคณะหนึ่ง เพราะเอกสารต่าง ๆ มันไม่สามารถที่จะทำให้เขาสมัครเข้าเรียนได้แล้ว

     ชีวิตของบอมในตอนนั้นค่อนข้างจะแย่ เขาไม่กล้าที่จะบอกพ่อและแม่เพราะกลัวว่าจะมีปัญหา แต่สุดท้ายบอมก็ตัดสินใจที่จะบอกเพราะมันคงถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะยอมรับความจริง วันที่บอมบอกความจริงกับพ่อและแม่ไปก็ทำให้เขาได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วพวกท่านไม่ได้คิดจะว่าอะไรเขาเลยแต่กลับบอกให้เขาเริ่มต้นใหม่และทำให้ดีกว่าเดิม แต่สิ่งที่บอมยังคงมีเหมือนเดิมคือความรักที่มีให้กับมิว ดูเหมือนว่าบอมเองกำลังจะโดนทิ้ง “ไอหนุ่มเอ๊ย ไปทำอะไรมา” ลุงท่าทางมอซอแต่งตัวสกปรกเข้ามาทักบอม ระหว่างที่บอมกำลังรอมิวซื้อของอยู่ที่ริมถนน บอมนั้นไม่ได้ตอบอะไรออกไป นอกเสียจากขยับตัวหนีและหันหน้าไปทางอื่น “ชีวิตของเอ็งตอนนี้คงจะแย่มากสินะ รีบไปถอนของออกซะ ก่อนที่มันจะกินเอ็งไปทั้งตัว” พอลุงคนนั้นพูดจบก็เดินหนีบอมไป บอมรู้สึกงง ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่มันก็ทำให้เขากลับมาคิดทบทวนในสิ่งที่ลุงคนนั้นพูดเกี่ยวกับเรื่องของเขา มันทำให้บอมเริ่มคิดได้ว่าหรือจริง ๆ แล้วที่เขาอยู่กับมิวได้อาจจะเป็นเพราะมิวทำของใส่เขา คงต้องเล่ากลับไปว่าตลอดเวลาที่คบกับมิวบอมเองก็ไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่เพราะทั้งสองมีปัญหากันเรื่องคนอื่นค่อนข้างจะบ่อย ซึ่งคนที่มีก็คือมิวไม่ใช่บอม บอมเห็นมิวแอบคุยกับคนอื่นบ่อย ๆ แล้วเขาก็มักจะจับได้ทุกครั้ง บอมรู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่เคยคิดจะหนีมิวไปไหนอีกทั้งยังรู้สึกรักมิวมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับว่าเขาไม่สามารถที่จะรักใครได้อีกแล้ว

คนโดนของ
คนโดนของ

     บอมนอนคิดอยู่ตลอดทั้งคืนและตัดสินใจว่าจะกลับไปที่หอพักของตัวเองซึ่งแชร์ห้องไว้กับเพื่อนที่ชื่อเบนซ์ เมื่อบอมกลับมาที่ห้องก็รู้สึกแปลกใจ เบนซ์ก็ทักบอมขึ้นทันทีว่าทำไมผอมลงไปมาก บอมเองก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกเสียจากเข้ามาเก็บเสื้อผ้าของตัวเอง จากนั้นเบนซ์ก็ถามว่า ” เฮ้ย! มึงจะย้ายของไปอยู่กับพี่มิวเลยเหรอวะ?” “เปล่า…กูจะมาเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านน่ะ” บอมบอกเบนซ์ออกไปพลางเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าที่เตรียมมา แล้วเขาก็เจอของบางอย่างที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าฝั่งที่เป็นของเขา มันเป็นเหมือนกับตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ที่ผูกติดกันไว้ แต่มันไม่เหมือนตุ๊กตาที่เราเคยเห็นกันทั่วไป แต่มันเหมือนพวงกุญแจซะมากกว่า บอมถามเบนซ์ไปว่าของสิ่งนี้เป็นของเบนซ์หรือเปล่า เบนซ์ก็ตอบปฏิเสธและบอกกับบอมว่าเขาไม่เคยยุ่งกับของของบอมเลย แม้แต่ตอนที่บอมย้ายออกไปเบนซ์ก็ไม่เคยเปิดตู้ฝั่งบอมออก ทุกอย่างที่เป็นของบอมยังอยู่ในสภาพเดิม

     หลังจากนั้นบอมก็ออกไปหยิบกุญแจรถใส่กระเป๋าไปด้วยก่อนจะออกไปรอพ่อมารับที่ด้านหน้ามหาวิทยาลัย บอมกลับมาที่บ้านโดยที่ไม่ได้บอกมิวและโกหกมิวไปว่าเขาจะกลับไปนอนที่ห้องกับเบนซ์ “แม่ครับผมมีเรื่องจะถามแม่ แม่รู้ไหมครับว่าของแบบนี้มันคืออะไร?” บอมหยิบกุญแจพวงนั้นขึ้นมาให้แม่ดูทีแรกแม่ของผมก็บอกว่า “มันเป็นพวงกุญแจธรรมดาไม่ใช่เหรอ?” บอมก็เลยบอกแม่ว่าให้ลองดูดี ๆ ได้ไหมว่ามันจะใช่สิ่งที่เขาคิดหรือเปล่า “ลูกไปเจอที่ไหน…ในกระเป๋าของพ่อเหรอ?” เมื่อแม่ถามบอมก็รีบบอกปฏิเสธออกไปว่าไม่ใช่ของพ่อและมันเป็นของที่เขาเจอในตู้เสื้อผ้าของเขาเองที่หอพัก แม่ของบอมมีท่าทางอาการตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะบอกกับบอมว่าให้ส่งของนั้นมาให้เขาเดี๋ยวเขาจะเก็บไว้เอง บอมเลยให้แม่ไป

     ตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้านมาถึงบอมก็ไม่ได้เห็นหน้ามิวแต่เขาก็รู้สึกคิดถึงและอยากจะกลับไปหามิวมาก ๆ แต่ใจนึงกลับบอกกับตัวเองว่าเขาไม่ควรจะกลับไปหามิวอีกแล้วเพราะมันมีบางอย่างที่ไม่ปกติ คืนแรกของการกลับมานอนที่บ้านบอมรู้สึกระส่ำระสายอย่างบอกไม่ถูก มันร้อนไปหมดและคิดถึงแต่หน้าของมิวจนทำให้ไม่สามารถข่มตานอนหลับได้อีกต่อไป บอมตื่นแล้วลุกขึ้นมานั่งและพิจารณาถึงความรู้สึกที่ตัวเองมี และคิดถึงคำพูดของลุงเร่ร่อนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน บอมคิดในใจว่าหรือตัวเขาเองกำลังโดนของเข้าแล้วจริง ๆ มันถึงได้รุ่มร้อนตลอดเวลาที่เขาไม่ได้อยู่กับมิว ทั้งคืนบอมเลยเลือกที่จะลองสวดมนต์แล้วนั่งสมาธิ แต่เขาก็ทำได้ไม่นาน พอเช้าที่บอมนั่งอยู่ในห้องหาอะไรทำไปเรื่อย ๆ เพื่อให้จิตใจของตัวเองสงบ อีกสักแม่ก็เข้ามาหาบอมที่ห้องแล้วชวนบอมไปทำบุญที่วัดด้วยกัน ในระหว่างที่กำลังเดินทางไปที่วัดนั้นมิวก็โทรมาหาบอม โทรมาถี่มากจนบอมต้องตั้งมือถือให้อยู่ในโหมดสั่นเอาไว้ แต่พ่อกับแม่ก็ยังได้ยินอยู่ดี แม่ของบอมจึงถามว่าใครโทรมาถึงไม่ยอมรับสาย ทีแรกบอมก็ไม่กล้าบอกจนพ่อถามย้ำอีกครั้งบอมถึงได้ยอมบอกไป แล้วพ่อของบอมก็เริ่มเสียงดังขึ้นมาทันทีว่าไหนบอกว่าให้เลิกกับมิวไปตั้งนานแล้ว ทำไมบอมถึงไม่ยอมทำตาม บอมได้แต่นั่งนิ่งไม่ตอบโต้อะไร

คนโดนของ
คนโดนของ

     เมื่อเดินทางถึงวัดแล้วบอมก็พอจะเดาได้ว่าแม่ชวนเขามาที่วัดทำไม บอมลงจากรถแล้วก็เดินตามพ่อกับแม่ไปที่ศาลาก็เจอกับหลวงตาที่เคยเจอกันบ่อย ๆ บอมพนมมือขึ้นไหว้แล้วหลวงตาก็เรียกให้บอมเข้ามานั่งใกล้ ๆ “เป็นไง หลับไม่ลงเลยสินะ” บอมค่อนข้างงงเล็กน้อยกับคำพูดของหลวงตา ก่อนที่ท่านจะหยิบขันน้ำและยื่นมาให้บอม “ดื่มสิ มาเหนื่อย ๆ” บอมรับขันน้ำมาถือไว้ในมือก่อนจะมองลงไปที่ขันน้ำซึ่งมันก็เหมือนกับน้ำเปล่าธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีอะไรเลย บอมหันไปมองหน้าแม่ที่พยักหน้าบอกให้เขาดื่มน้ำ ส่วนพ่อก็มองมาที่เขาแบบไม่ละสายตา บอมไม่คิดเลยเพราะการดื่มน้ำจะขันนั้นจะทำให้เขาทรมานไปหลายวัน บอมดื่มเข้าไปได้ไม่กี่อึกก็วางขันน้ำลงข้าง ๆ ตัวก่อนจะรู้สึกพะอืดพะอมคล้ายกับอยากจะอ้วก แล้วบอมก็ได้อ้วกออกมาและสิ่งที่เขาอ้วกออกมานั้นมันคือเลือดผสมกับอะไรบางอย่างสีดำ ๆ แม่ของบอมส่งเสียงดังเพราะมีอาการตกใจเป็นอย่างมากไม่ต่างกับพ่อ “เอ็งไม่ต้องเข้ามา ให้พ่อของมันเข้ามาจับ เอา…อ้วกออกมาให้หมด” หลวงตาห้ามไม่ให้แม่ของบอมเข้ามาใกล้ พ่อของบอมจึงรีบเข้ามาหาบอมทันที ก่อนจะค่อย ๆ ลูบที่หลังแล้วถือกระโถนให้บอมอ้วกออกมา บอมอ้วกออกมาหลายครั้งด้วยกันและสีเลือดก็ค่อย ๆ จางลงเรื่อย ๆ แต่มันก็ยังมีเมือกสีดำออกมาเรื่อย ๆ เหมือนกันไม่มีทีท่าว่าจะหมด บอมยอมรับว่าตอนนั้นสติของเขาค่อนข้างจะเลื่อนลอยแล้วเหมือนจะหน้ามืด เพราะเวลาอ้วกออกมาแต่ละครั้งมันเหมือนกับเขาโดนล้วงคอให้อ้วกออกมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครมาทำอะไร “ดูท่าจะนานหลายปีเลยล่ะสิ” เสียงของหลวงตาแว่วมาให้บอมได้ยินพร้อมกับหน้าของมิวที่ลอยขึ้นมาในความรู้สึก สายตาของบอมเริ่มจะพร่ามัวครั้งนี้เขาอ้วกออกมาเป็นเมือกสีดำก้อนใหญ่พอสมควรพร้อมกับน้ำสีแดง ซึ่งเป็นเลือดจาง ๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่เขาอยู่ตรงนั้น นอกจากนี้แล้วก็ยังมีกลิ่นเหม็นของอย่างอื่นด้วย มันเหมือนกับกลิ่นอ้วกเน่า ๆ ไม่เหมือนกับกลิ่นอ้วกที่เคยได้กลิ่นกัน

     บอมอ้วกจนหมดแรง “อดทนนะ อดทนนะลูก” พ่อของบอมพูดกับบอมตลอดเวลาที่พยุงตัวเขาไว้ไม่ให้ล้มแล้วก็มีของบางอย่างหล่นลงมาจากหิ้งพระซึ่งบอมมารู้ทีหลังว่ามันคือกระถางธูป เหตุการณ์ต่อจากนี้คือเหตุการณ์ที่บอมไม่ได้รู้ตัวอีกเลย กระถางธูปหิ้งพระข้าง ๆ กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้หล่นลงมาแตก หลวงตาก็พูดออกมาทันทีว่า “มันรู้ตัวแล้ว” ในตอนนั้นบอมก็ไม่มีสติและจำอะไรไม่ได้แล้ว หลวงตาบอกให้พ่อของบอมและเด็กวัดอีกคนช่วยกันพยุงพาบอมไปที่โบสถ์ ส่วนแม่ของบอมนั้นให้นั่งสวดมนต์แผ่เมตตาอยู่ตรงนั้นต่อ ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเพราะแม่ของบอมอยู่ด้วยเมื่อเห็นว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอาจจะเป็นการขัดจังหวะของการทำพิธีได้ เมื่อมาถึงที่โบสถ์หลวงตาก็บอกให้พ่อของบอมสวดบทแผ่เมตตาทันที แล้วไม่ว่าบอมจะเป็นอะไรก็ห้ามเข้าไปยุ่ง หลวงตาเข้าไปจุดธูปที่หน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในโบสถ์ก่อนจะเริ่มสวดมนต์ซึ่งบอมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นบทสวดอะไร แต่ที่รู้ ๆ พ่อบอกกับบอมว่าตอนนั้นบอมตัวสั่นไม่ยอมหยุดและสั่นแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังมีน้ำลายสีแดงซึ่งคิดว่าน่าจะปนกับเลือดไหลออกมาจากปาก พ่อของบอมเป็นห่วงบอมมากพยายามสวดบทแผ่เมตตาเท่าไหร่ก็ไม่เป็นภาษาทำให้หลวงตาต้องพูดเสียงดังเพื่อเรียกสติพ่อกลับคืนมา พ่อของบอมจึงพยายามสวดให้เป็นปกติได้ พ่อของบอมหลับตาลงและตั้งใจสวด จนกระทั่งได้ยินเสียงของผู้หญิง พ่อของบอมเองที่ปกติไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้ก็เชื่อสนิทเลย

     เหตุการณ์มันไม่ได้เกิดขึ้นในตอนกลางคืนแต่มันเกิดขึ้นเอาตอนกลางวันแสก ๆ สักพักใหญ่ทุกอย่างก็สงบลง บอมไม่มีอาการตัวสั่นแล้วหลวงตาเองก็บอกให้พ่อของผมลืมตาแล้วรีบเอาผ้าไปเช็ดหน้าเช็ดตาให้บอม บอมกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่ตัวเองนอนอยู่ที่บ้านแล้ว บอมมีอาการเพลียไปหลายวันแล้วรู้สึกเลื่อนลอยไม่ค่อยมีสติ พ่อกับแม่จึงให้บอมไปปฏิบัติธรรมกับหลวงตาประมาณหนึ่งเดือน กลับมาบอมก็รู้สึกเหมือนเข้าใจตัวเองและได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น กลับมาครั้งนี้บอมรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและพร้อมจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ตลอดเวลาที่บอมไปปฏิบัติธรรมเขาก็ไม่ได้รู้ข่าวคราวของมิวอีกเลย โทรไปคุยกับเบนซ์เขาก็บอกว่ามิวมาหาบอมที่ห้องอยู่เหมือนกันแต่เบนซ์ก็บอกไปว่าบอมนั้นกลับบ้านไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเจอมิวอีกแม้แต่ที่มหาวิทยาลัยก็ไม่เจอ มีคนมาบอกกับบอมว่ามิวได้ทำเรื่องลาออกไปแล้ว

     เรื่องราวของบอมก็มีประมาณนี้ค่ะและบอมเองก็อยากจะบอกว่าการที่เรามีรูปร่างหน้าตาที่ดีบางครั้งมันก็ไม่ได้ดีเสมอไป ขอฝากเรื่องนี้เป็นข้อคิดกับทุกคนว่าคุณไสยหรือไสยศาสตร์มันไม่เคยให้คุณหรือให้ประโยชน์กับใครอย่างที่คิดหรอก มันบาปทั้งตัวคนทำและจะเป็นกรรมติดตัวเราไปตลอดชีวิตด้วย

บทความอื่นๆ