เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์

เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์
เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์

ในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาเราทุกคนต้องยอมรับว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากพอสมควรเลยค่ะ เรื่องเล่าผีในวันนี้เป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงของภูมิที่ตั้งใจจะออกไปเที่ยวเพื่อคลายเครียด แต่ก็ต้องเจอกับประสบการณ์หลอน ๆ ที่ภูมิไม่เคยเจอมาก่อน อยากจะให้ผู้อ่านทุกท่านใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ

               ในช่วงต้นเดือนที่เริ่มเปิดให้เดินทางและออกไปท่องเที่ยวได้ ภูมิก็เลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นเคยและชอบไปมาก ๆ ซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิตของใครหลาย ๆ คนเลยค่ะ เพราะเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมที่หลากหลาย และสถานที่ที่ภูมิเลือกไปนั้นก็เป็นสถานที่เดิมที่อยู่ใกล้กับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านของเรา

               โดยปกติแล้วภูมิจะมีที่พักอยู่แล้ว ซึ่งเป็นที่พักประจำที่ภูมิจะต้องติดต่อไปจองห้องและพักที่นั่นเสมอ แต่คราวนี้เกสต์เฮาส์ที่ภูมิเคยไปใช้บริการได้ถูกปิดตัวลงด้วยพิษเศรษฐกิจที่มันแย่ลงเรื่อย ๆ ภูมิจึงต้องหาที่พักใหม่ แต่เพราะภูมิเดินทางไปคนเดียว ที่พักราคาถูกอย่างเกสต์เฮาส์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเขามากกว่าพวกรีสอร์ตหรือโรงแรมทั่วไปที่มีราคาค่อนข้างแพง ภูมิได้บังเอิญไปเจอกับเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเกสต์เฮาส์ที่เปิดใหม่และราคาไม่แพงมาก อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นต้อนรับเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ภูมิก็ยังไม่ได้ตัดสินใจจองที่พักโดยทันที ภูมิได้พยายามหาดูรีวิวจากอินเทอร์เน็ตก่อนแต่ก็ไม่เจอ เลยคิดว่าที่นี่คงจะเป็นสถานที่เปิดใหม่จริง ๆ ภูมิจึงติดต่อไปที่เกสต์เฮาส์นั้นและจัดการจองห้องพักไปหนึ่งห้อง ซึ่งห้องพักที่นี่ก็ไม่ได้มีห้องพักเยอะเท่าไหร่นัก ตอนที่ภูมิโทรไปติดต่อสอบถาม ที่พักก็เหลือแค่ห้องเดียวแล้ว โดยพนักงานได้บอกกับภูมิว่า “ลูกค้าต้องจ่ายค่ามัดจำ 50% เลยนะครับ ทางเราถึงจะจัดการล็อกห้องไว้ให้ และไม่คืนเงินทุกกรณีนะครับ” เมื่อภูมิฟังที่พนักงานพูดแบบนี้แล้วก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะยังไม่พร้อมจ่ายเงิน ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของที่พัก เพราะในสถานการณ์แบบนี้ที่พักไหน ๆ ก็คงอยากให้ลูกค้าจ่ายค่ามัดจำก่อน 50% เพื่อจะได้ไม่เป็นการปิดโอกาสคนอื่น ๆ ที่อยากจะมาพัก แต่ติดคนจองที่อาจจะไม่ได้ไปตามนัดหมาย ภูมิเองจึงต้องจำใจจ่ายเงินไป แต่ก็หวังว่าภาพและบรรยากาศที่เห็นจะดีจริง ๆ เหมือนกับที่เห็นในรูป

               จนกระทั่งถึงวันที่เดินทาง ภูมิได้ขับรถไปเรื่อย ๆ และได้แวะไหว้ศาลเจ้าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างทาง ซึ่งมีคนไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้ภูมิเข้าไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ เมื่อภูมิไหว้เสร็จก็มียายแก่ ๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาหาและได้ให้ของบางอย่างกับภูมิ แต่ภูมิก็ได้ปฏิเสธไป ซึ่งยายคนนั้นก็ยังบอกให้ภูมิรับเอาไว้ แต่ภูมิก็ยังปฏิเสธ หลังจากนั้นภูมิก็เดินหนีออกมาเพราะเขาคิดว่าไม่ควรที่จะรับของจากคนแปลกหน้าแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นของที่ไม่ดีหรือเปล่า ภูมิเองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้อยู่บ้าง พอกลับมาที่รถภูมิก็หันกลับไปมองที่ศาลเจ้าอีกครั้งก็เห็นว่ายายแก่คนนั้นกำลังยืนส่งยิ้มมาให้เขาอยู่ ทำให้ภูมิรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที แต่เขาก็พยายามที่จะไม่คิดอะไร จนภูมิขับรถออกมาจากศาลเจ้าได้สักพัก ฝนก็เริ่มตกหนักและเทกระหน่ำลงมาจนแทบจะมองไม่เห็นถนนเลย

เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์
เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์

               ฝนตกมานานเกือบชั่วโมงแล้วในตอนนั้นทำให้ภูมิล่าช้ากว่าที่เขาคิดเอาไว้ จึงจำเป็นต้องโทรไปบอกที่พักไว้ก่อนว่าจะไปถึงช้า ซึ่งทางที่พักก็บอกว่าไม่มีปัญหา แต่บอกไว้ก่อนว่าทางที่พักจะไม่คืนเงินทุกกรณี และยังไงพนักงานต้อนรับจะสแตนด์บายรอ ประโยคนี้ทำให้ภูมิคิดว่าเจ้าของที่พักแห่งนี้คงจะเคี้ยวน่าดู หลังจากนั้นภูมิก็เดินทางไปถึงที่พักในช่วงเวลาใกล้ค่ำ ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นเกสต์เฮาส์ที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นถนนสองเลนที่เหมือนเพิ่งจะลาดยางใหม่ ๆ อยู่ในซอยเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยวเข้าไปอีกสองซอย ซึ่งอยู่ค่อนข้างลึกกว่าที่ภูมิคิดเอาไว้มาก

                เมื่อไปถึงก็เห็นมีรถจอดอยู่แค่คันเดียว ทำให้เขาแปลกใจอยู่พอสมควร ภูมิจอดรถและจัดการขนกระเป๋าเดินทางลงมา ก่อนที่จะไปที่ที่ดูเหมือนจะเป็นเคาน์เตอร์ ซึ่งดูเหมือนเป็นที่ที่ก่อจากปูนและมีหลังคาปกคลุมเท่านั้น พร้อมกับมีพื้นที่เคาน์เตอร์เล็ก ๆ และคนที่มาต้อนรับก็ไม่ได้แต่งตัวดีอะไรมากมาย เหมือนกับเป็นลูกจ้างทั่วไปเท่านั้น เขาทักทายภูมิอย่างเป็นมิตรแต่ก็มีท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ ก่อนจะเก็บเงินส่วนที่เหลือ ยื่นกุญแจมาให้ และช่วยขนกระเป๋าไปที่ห้องพัก ซึ่งเป็นห้องพักที่คล้ายกับตึกแถว แต่ก็มีการแบ่งแยกโซนกันอย่างชัดเจนของแต่ละห้อง บรรยากาศตอนกลางคืนที่ภูมิไปถึงอาจจะยังไม่ได้เห็นอะไรชัดเจนมากนัก แต่ค่อนข้างที่จะดูดี พนักงานต้อนรับได้พูดกับภูมิว่า “พรุ่งนี้อาหารเช้าจะมีตั้งแต่ 7 โมงเช้า จนถึง 10 โมงนะครับ ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรรบกวนให้แน่ใจก่อนว่ามีเหตุขัดข้องจริง ๆ ก็โทรติดต่อได้เลยนะครับ หลังสี่ทุ่มไปแล้วขอความกรุณาอย่าส่งเสียงดังนะครับ ผมขอตัวครับ” ภูมิยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ พนักงานที่มาส่งก็รีบบอกรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนจะวางกระเป๋าแล้วเดินกลับไป ถึงแม้ว่าภูมิจะรู้สึกงง ๆ เล็กน้อย แต่เขาก็พยายามที่จะไม่คิดอะไรมาก และได้ไขกุญแจเข้าห้องพัก ซึ่งห้องพักก็ยังมีกลิ่นสีใหม่อยู่เลย แต่ก็ไม่ได้แรงมากถึงกับขนาดที่ว่านอนไม่ได้

               ภูมิจัดการวางกระเป๋าและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที หลังจากนั้นก็มาเปิดทีวีดูสักพัก และก็เผลอหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว สะดุ้งตื่นมาอีกครั้งก็ยังเห็นว่าทีวียังเปิดอยู่ แต่สายตาที่งัวเงีย ๆ และยังมองเห็นอะไรเบลอ ๆ อยู่นั้นก็เห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ ซึ่งวางพวกแก้วกาแฟและกาต้มน้ำเอาไว้ ภูมิรีบสะบัดหัวขยี้ตาและมองไปอีกรอบ ในตอนนั้นภายในห้องมีแสงสว่างจากจอทีวีเท่านั้น แต่ภูมิก็ยังเห็นเธอนั่งอยู่ ก่อนจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นมาเปิดไฟ และหันกลับมามองอีกทีก็ปรากฏว่าเธอไม่อยู่แล้ว ภูมิพยายามคิดว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นอาจจะเป็นการจินตนาการหรือคิดไปเองก็ได้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ และเขาก็ได้กลับไปที่เตียงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนั้นเป็นเวลาตีหนึ่งกว่า ๆ แล้วจู่ ๆ ภูมิก็ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันอยู่ข้างนอกห้อง เป็นเสียงที่เหมือนกับคนจับกลุ่มคุยกัน พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ภูมิเลยลองแง้มผ้าม่านออกไปดูก็เห็นว่ามีกลุ่มคนนั่งอยู่ที่ข้างนอกจริง ๆ ตรงบริเวณลานที่นั่งที่ทางที่พักจัดเตรียมไว้ให้สำหรับลูกค้า มันมีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งอยู่ประมาณ 3 ชุด ซึ่งกลุ่มคนพวกนั้นก็นั่งคุยกันอย่างปกติ ภูมิมองไปสักพักก็คิดว่าเวลานี้มันดึกมากแล้ว เสียงดังกันขนาดนี้ห้องอื่นจะไม่รู้สึกตัวบ้างเหรอ แล้วจู่ ๆ กลุ่มคนพวกนั้นทั้งหญิงและชายก็หันมามองที่ภูมิพร้อม ๆ กัน ด้วยสีหน้าที่ดุดันเหมือนกับรู้ว่าในใจของภูมินั้นคิดอะไรอยู่ ภูมิรีบปิดม่านทันทีและเดินไปปิดไฟ ปิดทีวี ก่อนที่จะขึ้นเตียงคลุมโปง

เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์
เล่าเรื่องผี โกสต์เฮาส์

               ภายในห้องแอร์เริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ จนภูมิรู้สึกได้ว่าห่มผ้ายังไงก็ยังไม่หายเย็นอยู่ดี หลังจากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นประมาณ 2 ครั้ง ภูมิทั้งรู้สึกกลัวและรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ต่อมาเสียงคนคุยกันก็ดังขึ้นแว่วมาให้ภูมิได้ยินอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนกับเสียงที่กระซิบกระซาบกันเหมือนไม่อยากให้ใครได้ยินมากกว่า ภูมิคลุมโปงอยู่สักพัก คิดนี่คิดนั่นไปเรื่อยจนความง่วงเข้ามาอีกรอบและหลับไปอีกครั้ง ภูมิลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกที่ภูมิตั้งเอาไว้เพื่อตื่นไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมน้ำที่อยู่ในบริเวณของเกสต์เฮาส์ในตอนเช้า ภูมิจึงเปิดม่านออกไปดู แต่เขาก็ต้องตกใจจนสะดุ้งตัวลอยถอยไปชนกับขอบเตียง ตอนที่ภูมิแง้มผ้าม่านออกไปดูว่าท้องฟ้าเริ่มสว่างบ้างแล้วหรือยังและฝนตกหรือเปล่า แต่เขากลับเห็นใบหน้าของใครก็ไม่รู้หลายคนกำลังจ้องมองมาอยู่ที่กระจก ซึ่งมีทั้งแบบที่มองเข้ามาตรง ๆ และแบบที่ห้อยหัวลงมา ภูมิตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกอีกรอบ จากที่เมื่อกี้ที่ภูมิกดเลื่อนออกไป พอมาดูเวลาอีกทีเขาก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นเกือบ ๆ จะครึ่งชั่วโมงได้แล้ว

               เมื่อตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นไปเปิดไฟและเปิดทีวีทิ้งไว้ให้เป็นเพื่อน แม้แต่ตอนอาบน้ำภูมิก็ยังเปิดประตูทิ้งไว้ เพราะเขามีความรู้สึกว่าไม่กล้าอยู่คนเดียว จนประมาณ 7 โมงเช้า ภูมิก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนขนของ เขาเลยเปิดประตูออกไปดูก็เห็นว่าฟ้าสว่างตามปกติ ถึงแม้จะครึ้ม ๆ อยู่บ้าง เพราะฝนเพิ่งหยุดตกไป ภูมิมองไปที่บริเวณลานที่นั่งก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง อยู่ ๆ ก็มีพนักงานเข้ามาแล้วพูดว่า “เอ่อ…ผมมาเตรียมอาหารเช้าครับ ลูกค้าหลับสบายดีไหมครับ” ท่าทางของพนักงานคนนี้ยังดูเลิ่กลั่กเหมือนกับเมื่อคืน ก่อนที่จะเริ่มตั้งกาน้ำร้อนและของอย่างอื่น และพูดว่า “จะรับอาหารเช้าเลยไหมครับ” ภูมิพยักหน้ารับและไปนั่งรอที่โต๊ะทันที ซึ่งบรรยากาศที่นี่ค่อนข้างดี แต่สำหรับเมื่อคืนมันทำให้ภูมิคิดว่าอีกสองวันที่เหลือเขาจะยังตกลงนอนที่นี่หรือหาที่อื่นดีกว่า พนักงานนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้กับภูมิ ภูมิจึงตัดสินใจถามคำถามบางอย่างออกไป ซึ่งมันก็ทำให้เขาแน่ใจว่าจะพักที่นี่ต่อหรือไม่ “เปิดให้ท่องเที่ยวแบบนี้แล้ว คนเยอะไหมครับ” ภูมิถาม และพนักงานก็ตอบกลับมาว่า “ก็มีลูกค้าเป็นคนแรกนี่แหละครับ” ภูมิหันไปมองหน้าพนักงานคนนั้นทันทีด้วยความรู้สึกตกใจ และก็ถามกลับไปว่า “อะไรนะครับ ผมคนแรกเหรอ…แต่ตอนที่โทรมาจองเห็นว่าห้องเกือบเต็มหมดแล้วนะครับ” พนักงานตอบกลับว่า “ใช่ครับ แต่…ลูกค้าเลื่อนเวลาเข้า บอกว่าจะมาช่วงสาย ๆ ของวันนี้ครับ พอดีเมื่อคืนฝนตกหนักกันหลายจังหวัด ลูกค้าเลยเลื่อนเวลาเดินทาง ทานอาหารให้อร่อยนะครับ มีอะไรก็กดปุ่มเรียกผมได้” พอพนักงานพูดจบก็ชี้นิ้วไปที่ปุ่มกดที่อยู่ตรงเสา ภูมิก้มลงที่จานอาหารเช้าก็แทบจะกินไม่ลงเลย ได้แต่เขี่ย ๆ และทานไปนิดหน่อย สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะย้ายที่พัก เพราะถ้าต้องเจอแบบเมื่อคืนอีกก็คงจะไม่ไหว ถึงแม้ว่าบรรยากาศของเกสต์เฮาส์ที่นี่ในตอนกลางวันจะดีมากก็ตาม

               ภูมิได้บอกกับพนักงานว่า “ผมขอเช็คเอาท์ออกวันนี้เลยนะครับ” พนักงานพูดว่า “ได้ครับ แต่เงินค่ามัดจำที่จ่ายมาแล้วทางเราไม่คืนนะครับ” ภูมิได้แต่พยักหน้ารับแบบเศร้า ๆ ก่อนที่จะขนกระเป๋าขึ้นรถ ระหว่างนั้นก็มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาและมีผู้ชายคนหนึ่งลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้ามาทักทายภูมิ “เพิ่งมาถึงเหรอครับลูกค้า” คำทักทายนี้ทำให้ภูมิอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี ก่อนจะบอกออกไปแบบไม่ให้เขาเสียหน้าว่าได้เช็คเอาท์ไปแล้ว เพราะมีธุระด่วน เขาเองก็พูดยิ้มแย้มกับภูมิดีก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ และก่อนที่ภูมิจะกลับเข้ารถไปทำให้เขามั่นใจแล้วว่าที่ที่เขามาพักนั้นมันไม่ใช่เกสต์เฮาส์ แต่มันคือโกสต์เฮาส์แน่ ๆ “ไปอีกแล้ว เมื่อไหร่มันจะเลิกเป็นแบบนี้ซะที” “ครับ…ตั้งแต่เปิดมาผมว่าลูกค้าเจอดีกันทุกคนเลยนะครับ นายหาหมอผีมาไล่เถอะครับ ไม่งั้นเปิดไม่ไหวแน่ ๆ” เสียงเจ้าของเกสต์เฮาส์และพนักงานคุยกัน ภูมิขับรถออกมาและหาที่พักใหม่ แล้วก็ไม่ได้เจอกับอะไรอีกเลย ส่วนขากลับนั้นภูมิก็ได้ผ่านศาลเจ้าที่ว่านั้นอีกครั้ง เลยตัดสินใจวนรถกลับไปไหว้อีก ถึงแม้ตอนที่ออกมาจากเกสต์เฮาส์เขาจะแวะออกไปไหว้พระก่อนเป็นอันดับแรกก็ตาม อีกสักก็มีเสียงคนพูดขึ้นมาว่า “บอกแล้วใช่ไหม ว่าให้รับไป” เสียงของยายแก่คนนั้นทักภูมิ และภูมิก็ได้ยกมือไหว้ยายแก่คนนั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก ก่อนที่จะมีคนพายายแก่คนนั้นไปอีกทาง และท่าทางของยายแก่คนนั้นดูจะเป็นที่น่านับถือของที่นี่มาก เขาอาจจะเป็นหมอผีหรือร่างทรง ซึ่งภูมิเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่เขาก็ดูไม่เหมือน เพราะมีออร่าหรือลักษณะที่ใจดี และดูมีอะไรที่มากกว่านั้น ภูมิได้กลับไปที่รถและถอนหายใจกับตัวเองสักพัก ก่อนจะหันไปเห็นยายคนนั้นยืนส่งยิ้มมาให้เหมือนเดิม แต่คราวนี้ยายคนนั้นได้ยกมือโบกลาภูมิด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์วันหยุดสำหรับภูมิที่ค่อนข้างจะแย่มาก และเพราะเขาไม่เชื่อยายคนนั้นตั้งแต่แรก ทำให้เขาโดนดีหนักเลย และถ้าใครที่จะไปเที่ยวช่วงนี้ก็ระวัง ๆ กันหน่อยนะคะ สวัสดีค่ะ

บทความอื่นๆ