The Living Severed Head

The Living Severed Head
The Living Severed Head

Charlotte Corday นักฆ่าของ hen Jean-Paul Marat ถูกประหารชีวิตโดยกิโยตินในปี 1793 ชายคนหนึ่งชื่อ Francois le Gros ถูกกล่าวหาว่ายกหัวขึ้นและตบแก้มทั้งสองข้าง ผู้เข้าชมอ้างว่าใบหน้าของ Corday แสดงอารมณ์โกรธและแก้มของเธอก็แดง มีรายงานอื่น ๆ จากประวัติศาสตร์ของหัวตัดที่ดูเหมือนจะได้แสดงให้เห็นสัญญาณของการมีสติ ตัวอย่างเช่นแอนน์โบลีนพยายามที่จะพูดหลังจากถูกตัดศีรษะ แต่เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องหลอกลวงหรือมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าศีรษะยังคงมีสติอยู่ได้หลังจากที่มันถูกแยกออกจากร่างกายที่ค้ำจุนไว้

ตำนานหัวที่ยังมีชีวิต

                เป็นความเชื่อของคนหลายคนทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะแค่อเมริกา โดยเชื่อว่าเมื่อคนโดนตัดหัวหลุดจากบ่า แต่แล้วหัวนั้นมันมีชีวิตอยู่ระยะหนึ่ง มันยังคงพะงาบๆ และมันเหลือบมองหน้าคนตัดอย่างอาฆาตและมันก็เกิดขึ้นจริงซะงั้นเมื่อหัวเราหลุดจากบ่า เรายังมีชีวิตอยู่ต่อได้ไหม เราสามารถกระพริบตาเรื่องเหล่านี้เริ่มขึ้นในช่วงที่กิโยติน หรือเครื่องตัดหัวเป็นที่นิยมใช้ประหารนักโทษ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการประหารที่ทำให้ผู้ถูกประหายตายอย่างรวดเร็ว หมดจด สมองไม่เสียหาย เวลาประหารแต่ละทีจะทำท่ามกลางประชาชนที่มามุมแน่นขนัด และนั้นเองทำให้พวกเขามีโอกาสเห็นหัวยังมีชีวิต หนึ่งในนั้นคือ สมัยปฏิวัติฝรั่งเศส วันที่ 17 กรกฎาคม 1793 สาวนาม ชาร์ล็อตต์ คอร์เดย์ (CharlotteCorday) สาวบ้านนอกที่ทำการฆาตกรรม พอล มารัต (Jean-Paul Marat)เธอถูกประหารด้วยกิโยตินหลังจากคมมีดตัดเอาศีรษะเธอกระเด็นออก ผู้ช่วยประหารคนหนึ่งหยิบหัวเธอมา แล้วตบแก้ม พยาน

แท่นตัดคอนักโทษด้วยเครื่องประหารด้วยกิโยติน แท่นตัดคอนักโทษที่ถูกออกแบบให้ประหารแบบมนุษยธรรม ตาของ แลงกุยล์เลอ และปากยังคงขยับดำเนินต่อไปนานถึงห้าถึงหกวินาที และต่อมาเมื่อโบเรียคซ์ ตะโกนเรียกชื่อนักโทษ ก็พบเรื่องน่าขนลุกเมื่อ ตาของ แลงกุยล์เลอเปิดออกอีกครั้งและจ้องมองเขา ทำให้เกิดความเชื่อว่าเมื่อคนหัวขาดอาจสามารถคลองสติได้ 15 วินาทีแพทย์สมัยใหม่เชื่อว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการ reflex ของกล้ามเนื้อ  ไม่ใช่สติรู้ตัวแม้สมัยนี้กิโยตินจะถูกยกเลิกแล้ว แต่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เมื่อมีเหตุการณ์อุบัติเหตุเธอได้เล่าเรื่องนี้หลังรอดชีวิตว่า”หัวนั้นหงายหน้ามองฉัน ฉันยังสังเกตว่า ปากของเขาพยายามพูดสื่อสารอะไรบางอย่างกับฉันอยู่แม้ตอนนั้นฉันกำลังสับสน หวาดกลัวและเศร้าโศก แต่ฉันไม่พูดเกินความจริง เขายังกะพริบตาและจ้องฉัน ก่อนที่หัวนั้นจะหลับตาลงและไม่ตื่นอีกเลย”

บทความอื่นๆ